Pearl ×

+662 291 7888

เพราะการเดินทางสู่โลกกว้าง
คือกำไรของชีวิต

พบและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในดินแดนต่างๆ บนโลกใบนี้...

โพสต์ข้อมูลรีวิวล่าสุด

ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางของคุณให้กับผู้อื่นได้ที่นี่ เพียงคุณเคยร่วมเดินทางกับกรุ๊ปทัวร์ดีดีของเรา หรือสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ ได้ที่นี่ สมัครสมาชิกเว็บไซต์

16

05/19
PearlVacations
0 0

ประเทศเวียดนาม เหนือ-กลาง-ใต้ เที่ยวอะไร?

สาระท่องเที่ยว

ประเทศเวียดนาม เหนือ-กลาง-ใต้ เที่ยวอะไร?

เวียดนาม เป็นประเทศที่คนไทยรู้จักกันดี และประเทศแห่งนี้มีความหลากหลายของชนชาติ เพราะมีชนกลุ่ม ชนเผ่าต่างๆ มากมาย จึงทำให้มีความหลากหลายทั้งวัฒนธรรม สังคม และยังมีความหลายหลายทางสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย ทั้งธรรมชาติ ศิลปกรรมต่างๆ วิถีชีวิต ของผู้คน อีกทั้งประเทศแห่งนี้ยังถูกปกครองโดยชนชาติอื่น เป็นเวลานานนับพันปี และผ่านสงครามมาโดยตลอดนับร้อยปีในช่วงหลัง ก่อนที่จะสงบลงเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเวียดนามปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์เป็นระบบสังคมนิยม มีการสั่งการที่เด็ดขาดโดยรัฐบาลเพียงผู้เดียว

เมือง ฮานอย เป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนาม ถึง 2 สมัย  เดิมชื่อว่าเมือง ทังลอง ซึ่งแปลว่าเมืองมังกคำราม ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น ฮานอย เมืองแห่งนี้มีประวัตศาสตร์อันยาวนานในฐานะเมืองหลวงของประเทศ จนถึงต้นศตวรรษที่ 18 พระเจ้ายาลองแห่งราชวงศ์เหงียนทรงย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองเว้ และฮานอยได้ย้ายกลับมาเป็นเมืองหลวงอีกครั้งเมื่องฝรั่งเศสเข้ามายึดครองประเทศเวียดนามและยังคงเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามจนถึงปัจจุบัน โดยเมืองแห่งนี้ยังคงเสน่ห์ เพราะมีอาคารบ้านเรือนเก่า ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมอีกด้วย ส่วนใหญ่ในเมืองแห่งนี้เป็นเมืองเศรษฐกิจ และมีสถานที่ราชการสำคัญของประเทศมากมาย นักท่องเที่ยวส่วนมากนั้นจะนิยมมาเที่ยวเมืองนี้ เช่น

ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อว่า ทะเลสาบคืนดาบ เพราะอะไรถึงได้ชื่อนี้ ความหมายตรงตัวมากๆเลย คือตามตำนานเวียดนามเล่าไว้ว่า พระเจ้าหลีไทโต แห่งราชวงศ์เล ผู้ก่อตั้งกรุงฮานอย ได้ดาบวิเศษมาหนึ่งเล่ม จากเต่าตัวหนึ่ง พระองค์นำดาบไปสู้รบกับจีนในช่วงปี 1418-1428  เป็นเวลา 10 ปี จนได้รับชัยชนะ ปลดปล่อยเวียดนามจากการปกครองจีนได้สำเร็จ หลังจากได้รับชัยชนะแล้ว พระองค์จึงลงเรือและนำดาบมายังทะเลสาบแห่งนี้เพื่อคืนดาบวิเศษแก่เต่าศักดิ์สิทธิ์ ตำนานยังเล่าต่อว่า เต่าตัวนั้นได้ขึ้นมาพิวน้ำและคาบดาบนี้จมลงหายไปใต้ทะเลสาบ นอกจาก ทะเลสาบแล้ว เมืองแห่งนี้ยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย เช่น เจดีย์กลางน้ำ เจดีย์ตรังก๊อกซึ่งเป็นเจดีย์องค์แรกของประเทศเวียดนาม สร้างขึ้ในศตวรรษที่ 6 ใกล้ๆกันจะมีวัดหง็อกเซิน หรือวัดเนินหยก ไฮไลท์สำคัญคือสะพานข้ามน้ำ ที่มีสีแดงสดใส ซึ่งมีชื่อว่า สะพานเทฮุก หรือสะพานแสงอาทิตย์ ยังมี ศิลปะที่การแสดงหุ่นกระบอกน้ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของฮานอย และยังถูกเก็บความลับในการเชิดแบบโบราณไว้โดยไม่บอกใคร พิพิธภัณฑ์ต่างๆมากมาย เช่น

การปฏิวัติ ศิลปกรรม และการต่อสู้สงครามต่างๆ ที่ผ่านมากของชาวเวียดนาม หลังจากการชมเราอาจจะได้เรียนรู้ว่า สงครามไม่เคยทำให้ใครดี ไม่มีผู้แพ้หรือชนะ ต่างคน ต่างแพ้ทั้งคู่ การต่อสู้โดยสันติวิธี แบบวิถีชีวิตคนเวียดนาม

และเรียนรู้ประวัติของลุงโฮ ที่บ้านพักลุงโฮ ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างโดยรัฐบาลเวียดนาม ลุงโฮจิมินห์ได้รับการยกย่องจากคนเวียดนามทั้งประเทศให้เป็นบิดา เพราะลุงโฮ ได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติและประกาศอิสรภาพเวียดนามจากการปกครองของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1945 ณ บริเวณที่ปัจจุบันที่ได้ถูกสร้างเป็นสุสานโฮจิมินห์

และอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวสำคัญของเมืองแห่งนี้คือ วัดเสาเดียวหรือเจดีย์เสาเดียวซึ่งภายในประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมปาง 10 กร ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของฮานอย

เมืองซาปา อยู่ห่างจากกรุงฮานอยประมาณประมาณ 350 กิโลเมตร มีสภาพอากาศที่เย็นตลอดทั้งปี และบ้างปีอาจจะได้เห็นหิมะตกด้วย ซาปาแห่งนี้มีพื้นที่ติดกับประเทศจีน และพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,650 เมตร ในอดีตเมืองแห่งนี้เป็นเมืองตากอากาศของฝรั่งเศสเมื่อปี 1922 ในตอนนั้นเวียดนามได้เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เมืองแห่งนี้จึงทำให้เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมต่างพากันมาสัมผัสอากาศตลอดทั้งปี ไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือ

วิถีชีวิตของชาวบ้าน ชนเผ่าต่างๆ และนาขั้นบันได ของชาวบ้านกัตกัต ชมความสวยงามของน้ำตกซิลเวอร์

และยอดเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีน คือยอดเขาฟานซีปัน หรือฟานนสีปัน ที่มีความสูงถึง 3,143 เมตร โดยได้รับการขานนามว่า หลังคาอินโดจีน

เมืองฮอยอัน เป็นเมืองเล็กๆ ที่รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ฮอยอันตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำทูโบน เมืองแห่งนี้อดีตเป็นเมืองท่าที่สำคัญของประเทศเนื่องด้วยมีแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลเข้าสู่พื้นที่ แต่ภายหลังเนื่องจากสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนไปทำให้แม่น้ำเปลี่ยนเส้นทาง จึงมีการสร้างเมืองท่าขึ้นมาใหม่นั้นคือเมืองดานัง ทำให้ดานังเป็นเมืองที่สำคัญแทนเมืองฮอยอันจนถึงปัจจุบัน  เมืองฮอยอันมีสถานที่เที่ยวไฮไลท์มากมาย เช่น ย่านชุมชนเก่า ที่จุดเด่นเป็นบ้านเรือนสีเหลือง ซึ่งเป็นชุมชนที่ชาวจีนได้สร้างขึ้นมา เพื่อการค้าขายในสมัยก่อน ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี

สมาคม ฟุกเกี๋ยน เป็นสมาคมที่มาจากประเทศในช่วงปี 1845-1885 ชาวจีนได้อพยพข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในพื้นที่แห่งนี้มากมาย จนมีสมาคมต่างๆหลายสมาคม ภายในสมาคมฟุกเกี๋ยมเป็นที่ตั้งของวัดที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระนางเทียนเห่า และบริเวรของสมาคมยังมีบ้านเรือนเก่าๆ และร้านค้าที่เป็นสินค้าทำมือเป็นของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว

ไม่ไกลกัน มีสะพานญี่ปุ่น ที่ได้รับการก่อสร้างจากชาวญี่ปุ่นเมื่อ 400 ปีก่อน โดยเอกลักษณ์เป็นรูปทรงโค้งและหลังคามุงกระเบื้องสีเขียว และเหลือง ไม่ไกลกันจะเป็นชุมชนญี่ปุ่น ที่มีบ้านเรือนของชาวญี่ปุ่นในยุคสมัยก่อน ปัจจุบันบ้านเรือนเก่าได้กลายเป็นร้านขายสินค้าของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว

นอกจากนั้นยังมีศูนย์วัฒนธรรมและหัตถกรรมซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของเมืองแห่งนี้ เช่น งานแกะสลักไม้ งานแกะสลักหินอ่อน เป็นต้น

อีกสถานที่สำคัญ นั่นคือ บานาฮิลล์ซึ่งเป็นที่ตากอากาศที่ดีที่สุดในเวียดนามกลางได้ค้นพบในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองเวียดนามได้มีการสร้างถนนอ้อมขึ้นไปบนภูเขาสร้างที่พักโรงแรมสิ่งอานวยความสะดวกต่างๆเพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนในระหว่างการรบ โดยการเดินทางต้องนั่งกระเช้าสู่ บานาฮิลล์ดื่มด่าไปกับวิวทิวทัศน์ของเมืองบนความสูงถึง 1,368 เมตร กระเช้าบานา-ฮิลล์เป็นกระเช้าลอยฟ้ารางเดียวแบบไม่หยุดจอดเป็นระยะทางที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวถึง 5,801 เมตร ได้รับการบันทึกจากกินเนสบุ๊คเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ.2009

เมืองดาลัดเป็นเมืองหนึ่งที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อสมัยยุคฝรั่งเศสได้เข้ามาล่าอณานิคมที่เวียดนาม เป็นเมืองพักร้อนของคนฝรั่งเศษ ด้วยภูมิอากาศของเมืองนี้ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขา ทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 20-10 องศา เนื่องด้วยเมืองแห่งนี้เป็นที่นิยมของชาวฝรั่งเศสทำให้สิ่งก่อสร้างต่างๆ จึงถูกออกแบบให้เป็นแบบยุโรป ทั้งอาคารบ้านเรือน โบสถ์ สถานที่สำคัญต่างๆ ของเมือง ไฮไลท์ที่ท่องเที่ยวที่นิยม เช่น

พระราชวังเบาได๋ จักรพรรดิเบาได๋เป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของประเทศเวียดนาม พระราชวังแห่งนี้ใช้เวลาสร้างเพียง 5 ปี โดยมีห้องต่างๆมากมาย เช่น ห้องของจักรพรรดิเบาได๋ ห้องพระมเหสี พระโอรส พระธิดา ห้องทรงงาน ห้องอาหาร และมีสวนและบริเวณโดยรอบ ในปี 1975 จักรพรรดิเบาได๋ได้เสด็จออกจากประเทศเวียดนามไปยังประเทศฝรั่งเศส จึงทำให้พระราชวังแห่งนี้ถูกยึดครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและปัจจุบันเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเยี่ยมชม

น้ำตกดาตันลาเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามเนื่องจากแวดล้อมและอากาศที่สุดฟินทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง

สวนพฤกษศาสตร์ดาลัด ที่เป็นแหล่งสะสมและจัดแสดงดอกไม้เมืองหนาวอย่างสวยงาม สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1866 เพื่อให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรชาวเวียดนาม จนทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับการขานนามว่าเป็นเมืองแห่งดอกไม้

ตลาดคนเดินยามค่ำคืน ซึ่งเป็นแหล่งนัดพบของวัยรุ่นเวียดนาม ซึ่งมีสินค้ามากมาย เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น เสื้อกันหนาว ถุงมือ หรือแม้แต่อาหารรอบดึก เช่นน้ำเต้าหู้ นมร้อน อาหารซีฟู้ดต่างๆ พิซซ่าเวียดนาม ให้เลือกทานอย่างหลากหลาย

เมืองทางตอนใต้ยังมีอีกเมืองที่สำคัญคือเมือง มุยเน่ ซึ่งเป็นเมืองที่คนละขั่วกับดาลัดกันเลยก็ว่าได้ เพราะมีทะเลทรายที่มีทรายถึง 2 แบบ คนไทยรู้จักในชื่อ ทะแลทรายขาว และทะเลทรายแดง

บอกต่อคนรู้จักของคุณ

ความคิดเห็นทั้งหมด 0 ความเห็น

สมัครรับข่าวสาร Pearl Vacation

รับรู้รายละเอียดและสิทธิิประโยชน์ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้กับระบบ

ติดตามเราเพิ่มเติมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค