Pearl ×

+662 291 7888

เพราะการเดินทางสู่โลกกว้าง
คือกำไรของชีวิต

พบและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในดินแดนต่างๆ บนโลกใบนี้...

โพสต์ข้อมูลรีวิวล่าสุด

ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางของคุณให้กับผู้อื่นได้ที่นี่ เพียงคุณเคยร่วมเดินทางกับกรุ๊ปทัวร์ดีดีของเรา หรือสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ ได้ที่นี่ สมัครสมาชิกเว็บไซต์

02

02/18
Pearl Vacation
0 0

ไม่หลงทางก็หลงรัก อิหร่าน รีวิว 2018 EP2

บอกต่อคนรู้จักของคุณ

 

ท่องเที่ยวอิหร่าน

จัตุรัสอิหม่าม Imam Square

มาภาคต่อกันนะครับกับอิหร่าน หวังว่ายังจะตามมาอ่านกันต่อในภาคนี้

มัสยิดชีคห์ลอทฟอลลาห์ หรือ Sheikh Lotfollah Mosque ซึ่งสร้างโดยชาห์ อับบาสที่ 1 เช่นเดียวกัน ซึ่งจะใช้เป็นมัสยิดส่วนพระองค์และราชวงศ์เท่านั้น โดยเฉพาะตัวโดม ซึ่งถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศ และยังเป็นที่ดูนกยูงที่เกิดจากแสงตกกระทบเข้ามาภายในของมัสยิดอีกด้วย

หลังเยี่ยมชมมัสยิดจนอิ่มตาอิ่มใจแล้วเราก็เดินเที่ยวดูสินค้าต่างๆ บริเวณโดยรอบจตุรัสกันต่ออีกสักพัก แล้วเราก็เดินทางกลับที่พักเอาแรงเที่ยวพรุ่งนี้กันต่อ ในวันพรุ่งนี้เราจะขึ้นเขาสูงอาจจะต้องใช้กำลังหน่อย เดี๋ยวๆ เราขึ้นโดยรถนะไม่ได้เดินขึ้น

อุณหภูมิของเมืองอิสฟาฮานนี้ค่อยข้างเย็นที่สุดในการเดินทางมาในครั้งนี้ ตอนกลางคืนต่ำสุด -3 สูงสุดประมาณ 5-7 องศา หลังจากเราพักอีกหนึ่งคืนที่เมืองนี้เราก็เดินทางไปต่อหมู่บ้านอับยาเน่ห์ เป็นหมู่บ้านที่ไม่ใหญ่มากตั้งอยู่บนเขาชาร์โกรส ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,899 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. ถ้าเดินทางมาหมู่บ้านแห่งนี้จะทราบได้อย่างไรว่าถึงแล้วหรือยัง ให้สังเกตุแม่ๆ ที่มีผ้าคลุมหัวสีสรรมากว่าใครๆ ในอิหร่าน และต้แงเป็นลายผลไม้ ดอกไม้ต่างๆ พร้อมทั้งหน้าตายิ้มแย้มรอต้อนรับเราอยู่ หมู่บ้านนี้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวอิหร่านและนักท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากยังมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิมๆ ใช้ภาษาปาเธียน เป็นภาษาพูดในหมู่บ้าน ผู้หญิงจะใช้ผ้าคลุมศีรษะเป็นลวดลายดอกไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ และบ้านทุกหลังจะถูกฉาบด้วยดินโคลนสีแดง (เหมือนอิฐเผาบ้านเรา) ผสมกับเศษของต้นมอลท์ (พืชที่ใช้หมักเบียร์) เหมือนกันไปหมดทุกหลัง ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง หลังจากเราถ่ายรูป ซื้อของพื้นเมืองแล้วรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเราก็เดินทางไปต่อที่เมืองคาซาน เป็นเมืองระหว่างทางก่อนที่เราจะถึงเมืองเตหะรานเพื่อที่จะเที่ยวและนอนอีกหนึ่งคืน

ช้อปปิ้งของพื้นเมืองที่แม่ๆ ได้ทำกันออกมาขายให้แก่นักท่องเที่ยว

หลังจากเราชื่นชมบรรยากาศของหมู่บ้านแล้วเราก็เดินทางไปกันต่อที่เมืองคาซาน เพื่อชมคฤหาสน์ของเศรษฐี Tabantabaee Ancient House สร้างมาตั้งแต่ยุคที่เมืองคาชานเคยรุ่งเรืองบนเส้นทางการค้าในอดีต สมัยราชวงศ์ซาฟาวิดปกครองเปอร์เซีย เป็นยุคที่มีการค้ารุ่งเรืองอย่างถึงขีดสุด และเมืองคาชานก็เป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางทางการค้าในยุคเส้นทางสายไหม และมีความสำคัญอีกเมืองหนึ่ง ไกด์เลยพาไปชมคาราวาน ซาราย ซึ่งเป็นจุดพักระหว่างทางของพ่อค้าและสินค้าต่างๆ เมื่อในอดีตก็จะเหมือนพื้นที่พูดคุยกันระหว่างพ่อค้าว่าที่ไหนขายของอะไร ต้องการสินค้าประเภทไหน ที่ไหนให้ราคาสูงก็จะแลกเปลี่ยนพูดคุยกันบริเวณนี้ และที่สำคัญที่แห่งนี้ยังมีตู้เย็นแบบโบราณอีกด้วย รวมไปถึงที่พักของพ่อค้าที่ทำมาจากดินเป็นกำแพงสูงใหญ่เพื่อป้องกันขโมย หลังจากถ่ายรูปเสร็จเราก็เดินทางต่อไปยังเมืองเตหะรานเพื่อพักคืนสุดท้ายในประเทศอิหร่าน

คฤหาสน์ของเศรษฐี ประตูบ้านนั้นจะแบ่งที่เคาะประตูเป็น 2 แบบ แบบชายเคาะแล้วเสียงจะใหญ่และหนักแน่น ส่วนผู้หญิงก็จะอ่อนหวานหน่อย ก่อนเข้าบ้านเราควรเคาะประตูเรียกเจ้าของบ้านให้เปิดรับกันหน่อย ปั๊งๆๆ

เราก็เดินทางจากบ้านไปคาราวาน ซารายกันต่อ ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมาก ปัจจุบันกลายเป็นสวนเพื่อพักผ่อนของชาวบ้านแถวนี้ด้วย

เที่ยวชมคาราวาน ซาราย เสร็จแล้วเราก็เดินทางสู่เมืองเตหะรานกันต่อเพื่อเข้าพักโรงแรมเดิมที่เราพักในคืนแรก

ในตอนเช้าเราก็มาเที่ยวที่พระราชวังโกเลสตาน (Golestan Palace) ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งหลังการปฏิวัติโดยอิหม่ามโคมัยนี พระราชวังแห่งนี้ก็ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ ถูกปล่อยทิ้งร้างอย่างน่าอัปยศอดสูเช่นเดียวกับวังอื่นๆ เพิ่งจะมีการบูรณะเมื่อเริ่มเปิดประเทศอีกครั้งหนึ่งราวๆ 5 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามวังแห่งนี้ก็ยังคงความงดงามในการตกแต่งภายในด้วยกระจกเงาตัดเหลี่ยมแบบเพชรที่สุดอลังการ และการตกแต่งภายนอกด้วยกระเบื้องเคลือบที่มีสีสันและลวดลายโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปะยุค Qajar และรัฐบาลปัจจุบันของอิหร่านยังใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองอีกด้วย การเดินทางเข้ามายังพระราชวังนี้ก็ต้องผ่านสถานที่ราชการของอิหร่านต่างๆ ในช่วงนั้นเราไม่สามารถถ่ายรูปได้เดินอย่างเดียว

ทุกวันนี้ก็ยังมีการซ่อมบำรุงอยู่ จากกรมศิลป์ของอิหร่านและนักศึกษา

เราอาจจะฟังประวัติศาสตร์กันพอสมควรแล้วเราก็เดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรเครื่องทองของประเทศอิหร่านกันดีกว่า ดูของสวยงาม รัฐบาลอิหร่านใจกว้างมากๆ ที่กล้าเปิดเซฟของตัวเองให้คนเข้าไปชม แต่โดยมีข้อแม้คือที่แห่งนี้ ห้ามถ่ายรูป แต่หาดูภาพของต่างๆ ได้ตามหนังสือที่มีจำหน่ายหน้าตู้เซฟ อิหร่านรวยขนาดไหนก็คิดดูแล้วกันครับกล้าเปิดคลังสมบัติให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชม แต่บอกก่อนเลย ว่าต่อไปอาจจะไม่เปิดให้นักเที่ยวเข้าชมแล้วก็ได้(คหสต.) ใครที่มีแพลนว่าจะมาอิหร่านต้องรีบตัดสินใจแล้วหล่ะครับเพราะอิหร่านกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ต่อไปถ้าอิหร่านเปิดประเทศเต็มตัวอาจจะเห็นอิหร่านเป็นประเทศที่เจริญทางด้านวัตถุแล้วความเฟรนลี่สดใหม่ของอิหร่านอาจจะกลายไปเรื่องเล่าขานกันก็ได้ เหมือนกับประเทศไทยที่เมื่อก่อนเรียกว่าสยามเมืองยิ้ม แต่ปัจจุบันรอยยิ้มของชาวสยามก็อาจจะจืดจางลงไป

หลังจากชมความสวยงามแล้วเราก็ไปช้อปปิ้งที่ตลาด Grand Bazaar ใครที่แลกเงินมาตั้งแต่วันแรกแล้วยังไม่ได้ใช้ เอามาใช้วันนี้ให้หมดนะจ๊ะ เพราะว่าไม่สามารถแลกคืนได้ พูดมาถึงวันนี้ เรื่องการแลกเงินเพื่อมาเที่ยวอิหร่านนั้นเราไม่สามารถแลกเงินมาจากบ้านเราได้ทันทีเหมือนค่าเงินจีน หรือยุโรป เพราะอาจจะด้วยประเทศอิหร่านนี้ยังถูกแบนจากสหรัฐอเมริกาอยู่ทำให้การหาแลกเงินอิหร่านนั่นยาก และไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันเท่าไหร่ การมาเที่ยวอิหร่านนั้นต้องแลกเป็นเงิน USD หรือ EUR มาเท่านั้นแล้วค่อยนำเงิน USD มาแลกกับจุดแลกเปลี่ยนเงินในประเทศอิหร่านอีกที โดยค่าเงินที่ใช้ในอิหร่านนั้นจะคือค่าเงิน "เรียว" บอกเลยว่าควรแลกเท่าที่พอใช้เท่านั้น และการคิดค่าเงินในการซื้อของนั้นง่ายมากๆ สมมุติว่า สินค่า 100,000 เรียว ให้เราตัดศูนย์ไป 3 ตัว ก็จะพอๆ กับค่าเงินไทย 100,000 เท่ากับ 100 บาท และปัจจุบันที่อิหร่านเขาพยามปรับค่าเงินเรียวให้เล็กลงโดยมีชื่อสกุลใหม่ขึ้นคือ โตมานหรือโตมัน ก่อนจะซื้อของก็ต้องถามให้ดีว่าเป็นหน่วยโตมานหรือเรียว ถ้าโตมานจะต้องตัดศูนย์จากเรียวออกไป 1 ตัว เช่น 100,000 เรียว เท่ากับ 10,000 โตมานเป็นตัน หลังจากพอทราบค่าเงินมาพอสมควรแล้วเราก็ออกช้อปปิ้งกันเลย 

ภายในตลาดก็จะมีทั้งของสด ของแห้ง เสื้อผ้า ถ้วยชามต่างๆ 

ภาพที่เห็นไม่ใช่การประท้วงแต่อย่างใด แต่เป็นการประมูลสินค้า ประมูลกันหน้าตลาดแบบนี้เลย

พอเราช้อปปิ้งเสร็จก็ถึงเวลาที่เราต้องบอกลาจากกันไปกับประเทศอิหร่านแล้ว วันสุดท้ายก็อาจจะเศร้าๆ หน่อย หรือแอบดีใจก็ไม่รู้นะ เพราะว่าจะได้กลับชิมรสชาติอาหารที่เราคุ้นเคย อากาศที่เราอยู่ บ้านเมืองที่พูดคุยโดยใช้ภาษาที่เราถนัด การที่ได้เดินทางมาต่างแดนทำให้เราได้พบอะไรหลายอย่าง สิ่งแปลกใหม่ พบเจอคนที่ไม่รู้จัก อากาศที่ไม่คุ้นเคย ภาษาที่เราฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง และอาจจะได้พบเจอมิตรภาพใหม่ๆ จุดหมายของการเดินทางอาจไม่ใช่ที่สุดของการเดินทาง มักพบสิ่งสวยงามระหว่างทางเสมอ หากเราเปิดใจให้กว้างพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่จะพบเจอข้างหน้าเราจะไม่อึดอัดหรือหรือผิดหวังต่อทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเลย อิหร่านก็ยังดำเนินไปในแบบฉบับอิหร่านเหมือนที่ดำเนินผ่านมาแล้วกว่า 2,500 ปี และยังรอให้คุณออกค้นหาอยู่ อิหร่านไม่หลงทางก็หลงรัก...

Cr.iSurn

 

 

บอกต่อคนรู้จักของคุณ

ความคิดเห็นทั้งหมด 0 ความเห็น

สมัครรับข่าวสาร Pearl Vacation

รับรู้รายละเอียดและสิทธิิประโยชน์ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้กับระบบ

ติดตามเราเพิ่มเติมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค