Pearl ×

+662 291 7888

โปรแกรมทัวร์

MOROCCO VACATION (WY)

คืน

7

วัน

10

ราคาเริ่มต้น

57,888

สายการบิน

Oman Air (WY)

ทัวร์โมร็อกโก

A MEMORABLE TRIP IN MORROCO คาซาบลังก้า – ราบัต – เฟซ – อิเฟรน – เมอร์ซูก้าร์-มาราเกซ เที่ยวครบจบที่เดียว

N/A

วันที่

1

สนามบินสุวรรณภูมิ - โอมาน MCT

17.00 o.

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ หน้าเคาน์เตอร์ สายการบิน OMAN AIR ชั้น 4 แถว Q พร้อมเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับ

 

20.05 น.

ออกเดินทาง สู่มัสกัต MCT โดยสายการบิน OMAN AIR เที่ยวบินที่ WY816  (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ที่นั่งบนเครื่อง 3-3-3

23.23 น.

เดินทาง ถึงสนามบินประเทศโอมาน (MCT มัสกัต) (ใช้เวลาในการเดินทาง 6 ชั่วโมง 20  นาที) เวลาที่มัสกัต ช้ากว่าไทย  -3 ชั่วโมง  เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

วันที่

2

มัสกัต MCT– คาซาบลังกา CMN

01.25 น.

ออกเดินทาง สู่ สนามบิน CMN มุฮัมมัด ฟิฟท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (คาซาบลังกา) ประเทศโมร็อกโก  โดยสายการบิน OMAN AIR เที่ยวบินที่ WY171 (ใช้เวลาในการเดินทาง 8 ชั่วโมง 50 นาที )

07.45 น.

น.เดินทาง ถึงสนามบิน CMN มุฮัมมัด ฟิฟท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (คาซาบลังกา) (เวลาท้องถิ่นที่นี่ช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าสัมภาระ

เดินทางเข้าเมืองคาซาบลังก้า เมืองท่าหลักและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโมร๊อกโก คาซาบลังก้า มีความหมายในภาษาสเปนว่า “บ้านสีขาว” ปัจจุบันเมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ
นำทุกท่านแวะชม ถ่ายรูปด้านนอก  สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (Hassan II Mosque) สถาปัตยกรรมทางศาสนา เป็นความยิ่งใหญ่และเป็นความภาคภูมิใจของชาวโมร๊อกโก ใหญ่เป็นอันดับที่ 13ของมัสยิดระดับโลก มัสยิดแห่งนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส มิเชล แปงโซ แต่เป็นศิลปะสไตล์โมร็อกโค ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผสมผสานเข้าไปด้วย ซึ่งสิ่งปลูกสร้างนี้สามารถจุผู้คนได้ถึง 25,000 คนและมีหอคอยสูงถึง 120 เมตร จุดประสงค์ในการสร้างมัสยิดแห่งนี้คือ ในวาระเฉลิมพระชนม์ครบ 60 พรรษาของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 แห่งโมร็อกโกนอกจากนี้ยังถือเป็นสถานที่สำคัญในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เมื่อประมุขประเทศใดเยี่ยมเยือน ก็มักจะมาเยี่ยมชม

บ่าย

จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง RABAT (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาในอดีต ตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม จากนั้นชมสุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่าเพื่อประกอบศาสนกิจ
ชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ด ที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 x139 เมตร

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม  THE RIVE @RABAT DAY1    ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่

3

ราบัต - เชฟชาอูน - เฟส

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  นำทุกท่านออกเดินทางสู่เมืองเชฟชาอูน (CHEFCHAOUEN) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 50นาที  ประมาณ 253 กม.)

เป็นเมืองโบราณยาวนานกว่า 538ปีที่ห้ามพลาด เป็นเมืองที่เหมือนเป็นฉากจากหนังภาพยนตร์หรือภาพในนิทาน สถานที่แห่งนี้เป็นเมืองที่มีผู้คนใช้ชีวิตกันอยู่จริงในประเทศโมร๊อกโก เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมืองนี้คือความแปลกตาของอาคารบ้านเรือนที่มีสีสันสดใสทาสีเป็นสีฟ้าและขาวทั้งเมือง ซึ่งตัดกับสีเขียวของป่าไม้เนื่องจากตัวเมืองอยู่ในหุบเขาริฟ (RIF MOUNTAIN) เกิดเป็นภาพที่ชวนให้นักท่องเที่ยวหลงใหลในความงดงามและเสน่ห์ของเมืองนี้

ความเป็นมิตรของผู้คนก็ทำให้เมืองเชฟชาอูนมีเสน่ห์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ทุกท่านสามารถเดินชมบ้านเรือนได้ทั่วทั้งเมือง โดยที่สถาปัตยกรรมของเมืองยังคงเป็นแบบโมร๊อกโก ซุ้มประตูโค้งสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งเมือง และยังมีน้ำพุที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกแบบโมร๊อกโกให้เห็นได้ตามมุมต่าง ๆ ของเมือง  อิสระให้ทุกท่านได้เดินชมถ่ายรูปหมู่บ้านสีฟ้า เพราะไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็สวยไม่แพ้กัน สำรวจตรอกซอกซอยต่างๆที่เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก, เครื่องประดับ, พรม และเลือกชิมขนมพื้นเมือง ถั่ว ชีส กลับไปเป็นของฝากได้อย่างเพลิดเพลิน

เที่ยง

รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อ สู่เมืองเฟซ (FES) เมืองหลวงเก่าอีกแห่งที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานใน ศ.ต. ที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่ต่อจากเชิงเทือกเขารีฟ (Rif Mountain) ทางตอนเหนือกับเขตเทือกเขาแอตลาสตอนกลาง (Middle Atlas) มีแม่น้ำเฟส (River Fes) ไหลผ่านกลางเมืองเมืองเฟส เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์เมืองหนึ่งของศาสนาอิสลามได้รับการขนานามว่า “มักกะฮ์แห่งตะวันตก”และ “เอเธนส์แห่งแอฟริกา”

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม VOLUBULIS HOTEL@FES DAY2 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

4

เฟส

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมเมืองเฟซ เมืองแห่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ซึ่งในปี ค.ศ.1981 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เขตเมืองเก่าของเฟสเป็นเมืองมรดกโลกทางประวัติศาสตร์   ตอนนี้ทางรัฐบาลโมร๊อกโกมีการดูและเมืองเฟสโดยเฉพาะเขตเมืองเก่าซึ่งเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและอารยธรรมในยุคเก่าของโมร๊อกโก  นำท่านชมจุดชมวิวเมื่อมองลงมาจะเห็นเขตเมืองเก่าทั้งเมือง ต่อด้วยชมประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟส พระราชวังที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและสง่างามอย่างมาก เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมร๊อกโก จากนั้นนำทุกท่านเข้าสู่เมืองเก่า ซึ่งเสมือนท่านย้อนยุคไปสู่บรรยากาศ1200ปีที่แล้ว เพราะเมืองนี้ยังมีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ในลักษณะดั้งเดิมหลายศตวรรษ

ชมเมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (MEDERSA BOU IMANLA) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์

ที่สวยงามประณีต ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กะทะ อุปกรณ์เครื่องครัว ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine)ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่า ท่านจะได้พบกับน้ำพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด  นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น แวะชมสุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมร๊อกโกถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ พาท่านไปชมสุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมร็อกโก และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว  (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนา อิสลามเท่านั้น) 

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร  

จากนั้นนำท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก โรงฟอกหนังของเมืองเฟสจะประกอบไปด้วยอ่างหินจำนวนมากวางเรียงกันเป็นแถว  แต่ละบ่อจะเต็มไปด้วยสีย้อมและของเหลวเติมเต็มทั่วทุกบ่อ ราวกับเป็นจานสีที่มีขนาดใหญ่ โดยหนังเหล่านี้ได้มาจากทั้ง วัว แกะ แพะ และอูฐ นำเข้าสู่กระบวนการกลายเป็นเครื่องหนังคุณภาพชั้นสูง เช่นกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า โดยไม่มีการใช้เครื่องจักร นับเป็นภูมิปัญญาที่มีตั้งแต่ยุคกลาง อิสระช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่นมากมาย เมืองเฟซจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอย่างยิ่ง

 

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม L’ESCALE HOTEL@FES  DAY3 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

5

เฟซ – อินเฟรน IFRAN –มิเดล MIDLET – เออร์ฟูด์ ERFOUD-ริสซานี่ RISSAN เมอร์ซูก้า MERZOUGA

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  จากนั้นนำทุกท่านเดินทางต่อ สู่เมืองแมคเนส (MEKNES)(ใช้เวลาเดินทางประมาณ  45นาที) หนึ่งในเมืองมรดกโลกรับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1996 อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน มูเล อิสมาอิแห่งราชวงศอ์ะลาวทิ (Alawite Dynasty) ได้ชื่อเป็นกษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามในช่วงศตวรรษที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมืองเมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการ ผลิตมะกอกไวน์และพืชพรรณต่างๆ มีกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู

นำท่าน ชมประตูบับมันซู (BAB MANSOUR MONUMENTAL) มีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตูได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสดและกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสดนับแสนชิ้น ทำให้ประตูแห่งนี้มีเอกลักษณ์และสวยงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

นำทุกท่านเดินทาง สู่เมืองอิเฟรน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ) เมืองที่ชาวฝรั่งเศสที่เคยปกครอง และนิยมมาสร้างที่พักตากอากาศบริเวณนี้ ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 1,650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล บ้านเรือนที่นี้ส่วนใหญ่เป็นหลังคาอิฐสีแดง มีดอกไม้บานสะพรั่งและทะเลสาบที่สวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส เทือกเขาแอตลาส (Atlas Mountains) เป็นแนวเทือกเขาที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือและทางเหนือของทวีปแอฟริกา พาดผ่านตั้งแต่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศโมร็อกโกที่บริเวณอ่าวอากาเดีย (Agadir) ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ขึ้นไปจนจดชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศตูนิเซีย มีความยาวของเทือกเขาโดยรวมประมาณ 2,500 กิโลเมตร ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขาเหมาะเป็นเมืองพักผ่อนจนได้รับฉายา(เจนีวาแห่งโมร็อคโค)

 

นำท่านเดินทาง สู่เมืองมิเดล (MIDLET)  เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนระดับความสูงที่ 1,508 เมตร (4,948 ฟุต) คือเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาแอตลาส เมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้า การทำเหมืองแร่  ทอผ้า ทอพรม และเย็บปักถักร้อย ของโมร็อกโก 

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

นําท่านเดินทางเข้าสู่เส้นทางแห่งทะเลทราย ผ่านชม หุบเขาดาเดส DADES GORGE แนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทําให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆ โดยจุดหมายอยู่ที เมืองเออร์ฟูด์ ERFOUD ซึ่งเป็นโอเอซิส OASIS ศูนย์กลางทางการค้าขายของกองคาราวานซึ่ง เดินทางมาจากซาอุดิอาระเบีย SAUDI ARABIA และซูดาน SUDAN และเดินทางสู่เมืองเมอร์ซูก้าร์ ไปชมทะเลทรายซาฮาร่า “SAHARA” เป็นทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยกินเนื้อที่กว่า 9 ล้านตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1ใน 3 ของทวีปแอฟริกา ลัดเลาะขอบทะเลทรายสู่เขตซาฮาร่า ผ่านชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของภูเขาหินที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิลของหอยและแมงกะพรุนโบราณในอดีตเมื่อ 350 ล้านปีก่อน ซึ่งดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลมาก่อน จึ่งเป็นที่กำเนิดของซากฟอสซิลต่างๆ

 

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก อิสระให้ท่านพักผ่อนดูดาวท่ามกลางทะเลทรายตามอัธยาศัย

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก LES PORTES DEDESERT HOTEL@MERZOUGA DAY4 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

6

เมอร์ซูก้า MERZOUGA - ทอด้าจอร์จ (TODRA GORGE) - OUARZAZATE

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  ***พิเศษ  ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนำท่านขี่อูฐ ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า  ให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับภาพพระอาทิตย์ดวงโตๆค่อยๆโผล่ขึ้นจากสันทรายยามเช้า สาดส่องแสงสีทองปลุกทุกชีวิตให้ตื่นจากนิทรา เป็นภาพแห่งความประทับใจที่ทุกท่านจะจดจำไม่รู้ลืมเลือน

ออกจากทะเลทรายผ่าน เดินทางผ่าน โอเอซิสTINGHIR ซึ่งเป็นชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้งในเขตทะเลทราย ที่ยังมีความชุ่มชื้น มีตาน้ำ หรือ ลำธารน้ำ ซึ่งใช้ในการปลูก ต้นปาล์ม ต้นอัลมอนด์  นําท่านเดินทางสู่ ทอดร้าจอร์จ TODRA GORGES ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยูในโอเอซิส ลําธารที่ไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาที่สูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย    ผ่านหุบเขาดาเดส DADES VALLEY AND GORGE  แนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกรัดกร่อน จากแรงลมทําให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ สวยงาม ผ่านชมหุบเขากุหลาบ ซึ่งเทศกาลดอกกุหลาบจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม  ด้วยร่มเงาต้นปาล์มที่โอเอซิสนี้ ทำให้เป็นสวรรค์น้อยๆของนักเดินทางชาวทะเลทรายมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

นําท่านเดินทางต่อตามถนนคาชบาห์ที่มีป้อมหลายร้อยแห่งตั้งเรียงรายตามถนนดังกล่าว
สู่เมืองวอซาเซท OUARZAZATE ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี้ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร ปัจจุบันเมืองวอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยว และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทํากิจกรรมต่าง ๆ ที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง CLEO PATTRA, THE MUMMY, KINGDOM OF HEAVEN และอีกหลายเรื่องนักที่มักจะใช้เมืองแห่งนี้เป็นฉากสำหรับถ่ายทำในภาพยนตร์ ทั้งนี้เพราะลักษณะภูมิประเทศที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แบบชนเผ่าเบอร์เบอร์ ซึ่งเป็นชนเผ่าดั้งเดิมของชาวโมร๊อกโก  วอซาเซทอาจกล่าวได้วาเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สําคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันตก

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  LE ZAT HOTEL@ OUARZAZATE DAY5 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

7

OUARZAZATE – AIT BENHADDOU เมืองไอท์ เบนฮาดดู –ATLAS MOUNT MARRAKECH

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  เดินทางสู่ เมืองไอท์ เบนฮาดดู  (AIT BENHADDOU) ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่มีอาคารต่างๆ สร้างจากดิน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมดินที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของโมรอคโค คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู
 (
KASBASH OF AIT BEB HADOU) เป็นป้อมดินซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองมาราเกช (MARAKESH) เมืองแห่งทะเลทรายซาฮาร่า ทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และเป็นทะเลทรายที่ร้อนที่สุดของโลกอีกด้วย ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิดช่วง ศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า PINK CITY หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A CITY OF DRAMA นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  MOROCCAN HOUSE HOTEL@ MARAKESH  DAY6  ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

8

MARRAKECH - คาซาบลังกา

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เขตเขตเมืองเก่า หรือที่เรียกว่า เมดิน่า ซึ่งมีกำแพงเมืองล้อมรอบ นำชมสุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (SAADLAN TOMBS) ที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมากกว่า 2 ศตวรรษ ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามในแบบฉบับของศิลปะแบบมัวริส(MOORISH) แท้ๆ ความวิจิตรอลังการของห้องโถงภายใน เสาคอลัมน์หินอ่อนสีสวย ลวดลายงานปูนที่ประดับประดาบนผนังและเพดาน สวนสวยภายนอกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยเขาว่า ทำตามแบบ Allah's Paradise 

จากนั้นนำชมพระราชวังบาเฮีย BAHIA PALACE พระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทน ยุคกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น ภายในตกแต่งด้วยปูนปั้นแกะสลักและการวาดลวดลายบนไม้และประดับประดาด้วยโมเสกที่มีลวดลายละเอียดอ่อนช้อยสวยงาม  


 

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

นำทุกท่านชม จัตุรัสกลางเมือง (DJEMAA FNAA SQUARE) ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาดทั้ง 4 ด้าน

ชม มัสยิด คูตูเบีย (KOUTOUBIA MOSQUE) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอวังที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร) ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในมาราเกซ เราก็จะมองเห็นสุเหร่าแห่งนี้ อิสระให้ทางเก็บภาพเมืองมาราเกซ เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวติดอันดับโลก

นำท่านชม MAJORELLE GARDEN หรือ JARDIN MAJORELLE & MUSEUM OF ISLAMIC ART
ว่ากันว่าเป็นสวรรค์น้อยๆ ย่านเมืองมาราเกช สวนแห่งนี้เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้นานาจากทั่วโลก โดยเฉพาะต้นกระบองเพชรนับพันต้น หลากหลายสายพันธุ์ มีสวนบัว และป่าไม่ดูร่มรื่น กับบรรดากระถางดินที่ศิลปินเจ้าของเดิม Jacques Majorelle ที่สรรหาสีมาป้ายทาทับ ตกแต่งทำให้สวนแห่งนี้ดูโดดเด่นสะดุดตาขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ สวนแห่งนี้เดิมเป็นบ้านของศิลปินชาวฝรั่งเศส เขาสร้างบ้าน และสวนเอาไว้อยู่เอง พร้อมสร้างงานศิลปะของเขาต่อมาสถานที่แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมเอาศิลปะของโมรอคโคไว้ และมีมุมแสดงงานศิลปะของเจ้าของเดิมเอาไว้ด้วย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร MARAKESH จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ CASABLANCA คาซาบลังกา

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก KENZI BASMA HOTEL @CASABLANCA  DAY7 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

9

CASABLANCA – AIRPORT – MCT มัสกัต

เช้า

CHECK OUT 05.00 AM. เพื่อเดินทางสู่สนามบิน

05.00 น.

นำท่านเดินทาง สู่สนามบิน CMN มุฮัมมัด ฟิฟท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (คาซาบลังกา) ประเทศโมร็อคโค เพื่อทำการเช็คอินสัมภาระ (รับประทานอาหารเช้า แบบกล่อง เพื่อง่ายต่อการเดินทาง)

09.15 น.

ออกเดินทางโดยสายการบิน OMAN AIR เที่ยวบินที่ WY172

19.35 น.

เดินทางถึงสนามบินประเทศโอมาน (มัสกัต MCT) เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง  

22.05 น.

ออกเดินทางกลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน OMAN AIR เที่ยวบินที่ WY817

วันที่

10

MCT มัสกัต - กรุงเทพฯ

06.45 น.

เดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิ์ภาพและความประทับใจ มิรู้ลืมเลือน

บอกต่อคนรู้จักของคุณ

สมัครรับข่าวสาร Pearl Vacation

รับรู้รายละเอียดและสิทธิิประโยชน์ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้กับระบบ

ติดตามเราเพิ่มเติมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค