Pearl ×

+662 291 7888

โปรแกรมทัวร์

BEAUTIFUL IN MOROCCO (EK)

คืน

7

วัน

10

ราคาเริ่มต้น

51,888

สายการบิน

Emirates (EK)

ทัวร์โมร็อกโก

A MEMORABLE TRIP IN MORROCO คาซาบลังก้า – ราบัต – เฟซ – อิเฟรน – เมอร์ซูก้าร์-มาราเกซ เที่ยวครบจบที่เดียว

N/A

วันที่

1

สนามบินสุวรรณภูมิ

22.00 น.

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 9
เคาน์เตอร์ T สายการบินอิมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่

2

ดูไบ – คาซาบลังก้า – ราบัต

01.05 น.

ออกเดินทางโดยสายการบินอิมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

05.00 น.

เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

 

07.25 น.

ออกเดินทางสู่สนามบินคาซาบลังก้า ประเทศโมร็อคโค
โดยสายการบินอิมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 751

12.15 น.

เดินทางถึงสนามบินคาซาบลังก้า(CASABLANCA) (ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง 20 นาที)

(เวลาท้องถิ่นที่นี่ช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง)
นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าสัมภาระ จากเมืองคาซาบลังก้า เดินทางต่อสู่เมืองราบัต (RABAT)

 

บ่าย

จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง RABAT (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30นาที ) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาในอดีต ตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม จากนั้นชมสุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่าเพื่อประกอบศาสนกิจ

ชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ด ที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 x139 เมตร
และพาทุกท่านแวะชม ถ่ายรูปด้านนอก  สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (Hassan II Mosque) สถาปัตยกรรมที่ไม่เก่าแก่นัก ใช้เวลาสร้างประมาณ 6 ปี และแล้วเสร็จในปีค.ศ. 1993 มัสยิดแห่งนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส มิเชล แปงโซ แต่เป็นศิลปะสไตล์โมร็อกโค ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผสมผสานเข้าไปด้วย ซึ่งสิ่งปลูกสร้างนี้สามารถจุผู้คนได้ถึง 25,000 คนและมีหอคอยสูงถึง 120 เมตร จุดประสงค์ในการสร้างมัสยิดแห่งนี้คือ ในวาระเฉลิมพระชนม์ครบ 60 พรรษาของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 แห่งโมร็อกโกนอกจากนี้ยังถือเป็นสถานที่สำคัญในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เมื่อประมุขประเทศใดเยี่ยมเยือน ก็มักจะมาเยี่ยมชม ในการดำเนินการสร้าง กษัตริย์ฮัสซันมักจะควบคุมอย่างใกล้ชิด และเปิดรับบริจาคให้ผู้ศรัทธาร่วมกันสร้างมัสยิดแห่งนี้ เป็นดั่งสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของเมืองและศาสนา ซึ่งก็มีชาวโมร็อกโคกว่า 13 ล้านคน ร่วมบริจาค จนกลายเป็นความภูมิใจ

 

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม  THE RIV @RABAT DAY1    ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่

3

ราบัต - เชฟชาอูน - เฟส (ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 8 ชั่วโมง 30นาที)

เช้า

นำทุกท่านออกเดินทางสู่เมืองเชฟชาอูน (CHEFCHAOUEN) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 50นาที  ประมาณ 253 กม.) เป็นเมืองโบราณที่ถูกย้อมด้วยสีฟ้า เก่าแก่ที่สุดในโมร็อกโก เมืองเล็กๆที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนโมร็อคโค ด้วยความมีเสน่ห์ที่บ้านเรือนที่ทาเป็นสีฟ้าและขาวทั้งเมือง ตัดกับสีเขียวของป่าไม้เนื่องจากตัวเมืองอยู่ในหุบเขา เกิดเป็นภาพที่ชวนให้นักท่องเที่ยวต่างหลงใหลในเสน่ห์ของเมืองนี้ ได้ชื่อว่าเป็นมนต์เสน่ห์แห่งโมรอคโค เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (RIF MOUNTAIN) ประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 538 ปี เมืองนี้เคยอยู่ใต้การปกครองของสเปน และได้รับอิสรภาพในปี ค.ศ.1956 จนได้รับอิทธิพล วิถีชีวิตและภาษาสเปนในปัจจุบันนี้


ชมบ้านเรือนที่ทาด้วยสีฟ้าและสีขาว ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆ สามารถเดินชมบ้านเรือนได้ทั่วทั้งเมือง โดยที่สถาปัตยกรรมของเมืองยังคงเป็นแบบโมรอคโค ซุ้มประตูโค้งจึงสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งเมือง และยังมีน้ำพุที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกแบบโมรอคโคให้เห็นได้ตามมุมต่าง ๆ ของเมือง  อิสระให้ทุกท่านได้เดินชมหมู่บ้านสีฟ้าพร้อมสำรวจตรอกซอกซอยต่างๆที่เต็มไปด้วยร้านข้ายของที่ระลึกมากมาย

เที่ยง

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางต่อ สู่เมืองแมคเนส (MEKNEKNES)

(ใช้เวลาเดินทางประมาณ  3 ชั่วโมง 30 นาที  ประมาณ 202 กม.) หนึ่งในเมืองมรดกโลกรับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1996 อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน มูเล อิสมาอิแห่งราชวงศอ์ะลาวทิ (Alawite Dynasty) ได้ชื่อเป็นกษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามในช่วงศตวรรษที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมืองเมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการ ผลิตมะกอกไวน์และพืชพรรณต่างๆ มีกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู
นำท่าน ชมประตูบับมันซู (BAB MANSOUR MONUMENTAL) มีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู

ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสดและกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสดนับแสนชิ้น ทำให้ประตูแห่งนี้มีเอกลักษณ์และสวยงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อ สู่เมืองเฟซ (FEZ) เมืองหลวงเก่าอีกแห่งที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานใน ศ.ต. ที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ประมาณ 66 กม.) ตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่ต่อจากเชิงเทือกเขารีฟ (Rif Mountain) ทางตอนเหนือกับเขตเทือกเขาแอตลาสตอนกลาง (Middle Atlas) มีแม่น้ำเฟส (River Fes) ไหลผ่านกลางเมืองเมืองเฟส เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Royal Mirage Hotel ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

4

เฟส

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมเมืองเฟซ เมืองแห่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณสีฟ้า สร้างตามแบบสภาปัตยกรรมศิลปะอิสลาม ประดับประดาด้วยกระเบื้องเคลือบ
โดยเดินเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่งเมดินาเมืองเฟซ  นำท่านเดินผ่านตลาดสด ขายปลา
อาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆนาๆ

ชมเมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (MEDERSA BOU IMANLA) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ ที่สวยงามประณีต ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กะทะ อุปกรณ์เครื่องครัว ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่า ท่านจะได้พบกับน้ำพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด  นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น แวะชมสุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ พาท่านไปชมสุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมร็อคโค และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว
(เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนา อิสลามเท่านั้น)

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก ทั้งหมดนี้เป็นเสน่ห์ของการเดินเที่ยวชมเมืองที่ต้องเดินแหวกว่ายเข้าไปในกลุ่มคนชาวพื้นเมือง ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น เมืองเฟซจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอย่างยิ่ง

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม L’ESCALE HOTEL@FES  DAY3 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

5

เฟซ – อินเฟรน IFRAN –มิเดล MIDLET – เออร์ฟูด์ ERFOUD –ริสซานี่ RISSANเมอร์ซูก้า MERZOUGA

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านเดินทาง สู่เมืองอิเฟรน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ) เมืองที่ชาวฝรั่งเศสที่เคยปกครอง และนิยมมาสร้างที่พักตากอากาศบริเวณนี้ ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 1,650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล บ้านเรือนที่นี้ส่วนใหญ่เป็นหลังคาอิฐสีแดง มีดอกไม้บานสะพรั่งและทะเลสาบที่สวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส เทือกเขาแอตลาส (Atlas Mountains) เป็นแนวเทือกเขาที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือและทางเหนือของทวีปแอฟริกา พาดผ่านตั้งแต่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศโมร็อกโกที่บริเวณอ่าวอากาเดีย (Agadir) ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ขึ้นไปจนจดชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศตูนิเซีย มีความยาวของเทือกเขาโดยรวมประมาณ 2,500 กิโลเมตร ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขาเหมาะเป็นเมืองพักผ่อนจนได้รับฉายา “(เจนีวาแห่งโมร็อคโค)


นำท่านเดินทาง สู่เมืองมิเดล (MIDLET)  เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนระดับความสูงที่ 1,508 เมตร (4,948 ฟุต) คือเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาแอตลาส เมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้า การทำเหมืองแร่  ทอผ้า ทอพรม และเย็บปักถักร้อย ของโมร็อกโก 

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

นําท่านเดินทางเข้าสู่เส้นทางแห่งทะเลทราย ผ่านชม หุบเขาดาเดส DADES GORGE แนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทําให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆ โดยจุดหมายอยู่ที เมืองเออร์ฟูด์ ERFOUD ซึ่งเป็นโอเอซิส OASIS ศูนย์กลางทางการค้าขายของกองคาราวานซึ่ง เดินทางมาจากซาอุดิอาระเบีย SAUDI ARABIA และซูดาน SUDAN และเดินทางสู่เมืองเมอร์ซูก้าร์


โดยนำท่านเปลี่ยนเป็นรถ 4WD สู่ทะเลทรายซาฮ่าร่า ไปชมทะเลทรายซาฮาร่า “SAHARA” เป็นทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลทรายในทวีปแอนตาร์กติกา เป็นทะเลทรายร้อนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ณ เมืองเมอร์ซูก้า (Merzouga) ลัดเลาะขอบทะเลทรายสู่เขตซาฮาร่า ผ่านชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของภูเขาหินที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิลของหอยและแมงกะพรุนโบราณในอดีตเมื่อ 350 ล้านปีก่อน ซึ่งดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลมาก่อน จึ่งเป็นที่กำเนิดของซากฟอสซิลต่างๆ

 

 

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
อิสระให้ท่านพักผ่อนดูดาวท่ามกลางทะเลทรายตามอัธยาศัย
*** โรงแรมที่ทะเลทรายห้องพักส่วนใหญ่ จะเป็นรูปแบบกระโจม***

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก LES PORTES DEDESERT HOTEL@MERZOUGA  DAY4
ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

6

เมอร์ซูก้า MERZOUGA - ทอด้าจอร์จ ( TODRA GORGE ) - OUARZAZATE (ใช้เวลาขับรถประมาณ 5 ชั่วโมง)

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

***พิเศษ  ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนำท่านขี่อูฐ ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า  ให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับภาพพระอาทิตย์ดวงโตๆค่อยๆโผล่ขึ้นจากสันทรายยามเช้า สาดส่องแสงสีทองปลุกทุกชีวิตให้ตื่นจากนิทรา เป็นภาพแห่งความประทับใจที่ทุกท่านจะจดจำไม่รู้ลืมเลือน
(อย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม)

จากนั้น นําท่านเดินทางสู่ ทอดร้าจอร์จ TODRA GORGES ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยูในโอเอซิสลําน้ำเกลือที่ไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาที่สูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย    

นําท่านเดินทางสู่ หุบเขาดาเดส DADES VALLEY AND GORGE  แนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกรัดกร่อน จากแรงลมทําให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ สวยงาม แวะชมโอเอซิสTINGHIR ซึ่งเป็นชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้งในเขตทะเลทราย ที่ยังมีความชุ่มชื้น มีตาน้ำ หรือ ลำธารน้ำ ซึ่งใช้ในการปลูก ต้นปาล์ม ต้นอัลมอนด์ หุบเขากุหลาบ ซึ่งเทศกาลดอกกุหลาบจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม  ด้วยร่มเงาต้นปาล์มที่โอเอซิสนี้ ทำให้เป็นสวรรค์น้อยๆของนักเดินทางชาวทะเลทรายมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

นําท่านเดินทางต่อตามถนนคาชบาห์ที่มีป้อมหลายร้อยแห่งตั้งเรียงรายตามถนนดังกล่าว
สู่เมืองวอซาเซท OUARZAZATE ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี้ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร ปัจจุบันเมืองวอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยว และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทํากิจกรรมต่าง ๆ ที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอ ภาพยนตร์ ขี่มอเตอร์ไซด์ ขี่อูฐ และมีกิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์) ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ (สําหรับในฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.-เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาสที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว วอซาเซทอาจกล่าวได้วาเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สําคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันตก

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  FARAH ELJNOUB HOTEL@ OUARZAZATE DAY5
ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

7

OUARZAZATE – AIT BENHADDOU เมืองไอท์ เบนฮาดดู –ATLAS MOUNT – MARRAKECH

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่ เมืองไอท์ เบนฮาดดู  (AIT BENHADDOU) ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่มีอาคารต่างๆ สร้างจากดิน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมดินที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของโมรอคโค คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู
 (
KASBASH OF AIT BEB HADOU) เป็นป้อมดินซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองมาราเกช (MARAKESH) เมืองแห่งทะเลทรายซาฮาร่า ทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และเป็นทะเลทรายที่ร้อนที่สุดของโลกอีกด้วย ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิดช่วง ศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า PINK CITY หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A CITY OF DRAMA นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  MOROCCAN HOUSE HOTEL@ MARAKESH DAY6
ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

8

MARRAKECH

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เขตเขตเมืองเก่า หรือที่เรียกว่า เมดิน่า ซึ่งมีกำแพงเมืองล้อมรอบ นำชมสุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (SAADLAN TOMBS) ที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมากกว่า 2 ศตวรรษ ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามในแบบฉบับของศิลปะแบบมัวริส(MOORISH) แท้ๆ ความวิจิตรอลังการของห้องโถงภายใน เสาคอลัมน์หินอ่อนสีสวย ลวดลายงานปูนที่ประดับประดาบนผนังและเพดาน สวนสวยภายนอกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยเขาว่า ทำตามแบบ Allah's Paradise 


 

จากนั้นนำชมพระราชวังบาเฮีย BAHIA PALACE พระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น ภายในตกแต่งด้วยปูนปั้นแกะสลักและการวาดลวดลายบนไม้และประดับประดาด้วยโมเสกที่มีลวดลายละเอียดอ่อนช้อยสวยงาม  

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านชม จัตุรัสกลางเมือง (DJEMAA FNAA SQUARE) ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาดทั้ง 4 ด้าน

ชม มัสยิด คูตูเบีย (KOUTOUBIA MOSQUE) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอวังที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร) ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในมาราเกซ เราก็จะมองเห็นสุเหร่าแห่งนี้ อิสระให้ทางเก็บภาพเมืองมาราเกซ เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวติดอันดับโลก

นำท่านชม MAJORELLE GARDEN หรือ JARDIN MAJORELLE & MUSEUM OF ISLAMIC ART
ว่ากันว่าเป็นสวรรค์น้อยๆ ย่านเมืองมาราเกช สวนแห่งนี้เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้นานาจากทั่วโลก โดยเฉพาะต้นกระบองเพชรนับพันต้น หลากหลายสายพันธุ์ มีสวนบัว และป่าไม่ดูร่มรื่น กับบรรดากระถางดินที่ศิลปินเจ้าของเดิม Jacques Majorelle ที่สรรหาสีมาป้ายทาทับ ตกแต่งทำให้สวนแห่งนี้ดูโดดเด่นสะดุดตาขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ สวนแห่งนี้เดิมเป็นบ้านของศิลปินชาวฝรั่งเศส เขาสร้างบ้าน และสวนเอาไว้อยู่เอง พร้อมสร้างงานศิลปะของเขาต่อมาสถานที่แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมเอาศิลปะของโมรอคโคไว้ และมีมุมแสดงงานศิลปะของเจ้าของเดิมเอาไว้ด้วย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  MOROCCAN HOUSE HOTEL@ MARAKESH  DAY7
ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

9

MARRAKECH - CASABLANCA - AIRPORT

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

11.00 น.

นำท่านเดินทาง สู่สนามบินคาซาบลังก้า ประเทศโมร็อคโค เพื่อทำการเช็คอินสัมภาระ
 และให้ท่านได้มีเวลาเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีในสนามบิน

14.00 น.

ออกเดินทางโดยสายการบินอิมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 752  

วันที่

10

ดูไบ AIRPORT - กรุงเทพ ฯ

01.15 น.

เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

03.30 น.

ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 376                       

12.35 น.

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

บอกต่อคนรู้จักของคุณ

สมัครรับข่าวสาร Pearl Vacation

รับรู้รายละเอียดและสิทธิิประโยชน์ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้กับระบบ

ติดตามเราเพิ่มเติมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค