Pearl ×

+662 291 7888

โปรแกรมทัวร์

THE ULTIMATE IN IRAN (W5)

คืน

5

วัน

8

ราคาเริ่มต้น

49,999

สายการบิน

Mahan Air (W5)

ทัวร์อิหร่าน

ดินแดนแห่งอาณาจักรเปอร์เซียอันรุ่งเรือง อาณาจักรกว้างใหญ่ไพศาลกลายเป็นจุดศูนย์กลางของการเชื่อมโยงดินแดนทั้งเอเชียตะวันออก เอเชียกลาง อินเดีย อียิปต์และดินแดนแถบเมดิเตอร์เรเนียน

N/A

วันที่

1

กรุงเทพฯ – เตหะราน

20.00 น.

คณะเดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออกประตูที่ 8 – 9  เคาน์เตอร์ S โดยสายการบินมาฮาร์น แอร์ Mahan Air โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารและสัมภาระ
 

22.35 น.

เหินฟ้าสู่ กรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศอิหร่าน โดยสายการบินมาฮาร์น แอร์ Mahan Air เที่ยวบินที่ W5050 

(ใช้เวลาเดินทาง 7 ชั่วโมง 30 นาที )

วันที่

2

เตหะราน – พระราชวัง SA’DABAD – พระราชวัง NIAVARAN – บินภายใน - ชีราช

03.45 น.

เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอิหม่ามโคมัยนี Imam Khomeini International Airport ทางใต้ของกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน (สุภาพสตรีกรุณาคลุมผมให้เรียบร้อยก่อนลงจากเครื่อง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่กรุงเตหะราน

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม แวะให้ทุกท่านได้ล้างหน้า ทำกิจวัตรส่วนตัว

หลังจากนั้นนำทุกท่านเข้า ชมพระราชวัง Sa’abad Complex พระราชวังที่มีบริเวณกว้างขวางที่สุดในพระราชวังทั้งหลายในกรุงเตหะราน โดยมีบริเวณที่เป็นอุทยานกว้างประมาณ 987 ไร่ พระราชวัง Sa’dabad เดิมเป็นที่ประทับฤดูร้อนของกษัตริย์ในราชวงศ์ Qajar และได้ใช้ต่อมาจนถึงราชวงศ์ Palehvi ภายในพระราชวังมีตำหนักมากมายแต่ที่สำคัญมี 2 หลังคือ ตำหนักขาว

 

จากนั้นนำท่านเยี่ยม ชม พระราชวังเนียวาราน (Naivaran Palace) พระราชวังจะเริ่มสร้างในสมัยของราชวงศ์ Qajar แต่เป็นพระราชวังแห่งสุดท้ายของราชวงศ์ Pahlevi ก่อนถูกการปฎิวัติยึดอำนาจ ซึ่งคณะปฎิวัติถือว่าพระราชวังแห่งนี้คือสัญลักษณ์ของความฟุ้งเฟ้อของระบอบกษัตริย์อย่างชัดเจน ตัวพระราชวังมีสวนที่จัดแต่งไว้อย่างเป็นสัดส่วนสวยงาม ตัวอาคารได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบยุโรป มีข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์รวมทั้งของพระโอรสและพระธิดาจัดแสดงอยู่ ซึ่งทั้งหมดเป็นของช่างฝีมือชั้นยอดจากยุโรปทั้งสิ้น

 

 

เที่ยง

จากนั้นนำทุกท่านเข้าชม หอคอยมิลาด ทาว์เวอร์ (Milad Tower) ซึ่งเป็นหอคอย แห่งความภาคภูมิใจของคนอิหร่านทั้งมวล เนื่องจากหอคอยแห่งนี้ออกแบบก่อสร้างโดยสถาปนิกชาวอิหร่านเองทั้งหมด เป็นหอคอยที่สูงเป็นอันดับ 6 ของโลก ด้วยระดับความสูงถึงยอดเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคมถึง 435 เมตร ท่านจะได้ชมความงามของกรุงเตหะรานอย่างทั่วถึงจากหอคอยแห่งนี้ ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่ เมืองชีราช (Shiraz)


 

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

20.00 น.

ออกเดินทางโดย สายการบินภายในประเทศ สู่เมืองชีราช (Shiraz) โดยสายการบินมาฮานแอร์ W5 1087

21.30 น.

เดินทางถึง สนามบินเมืองชีราช

นำท่านเข้าสู่ที่พัก CHAMRAN HOTEL (SHIRAZ) ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่

3

ชีราช – PINK MOSQUE– พระราชวัง PERSEPOLIS – อิสฟาฮาน

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

หลังอาหารนำท่านชมความสวยงามของ มัสยิดสีชมพู (Pink Mosque) หรือ Nasir ol Molk สุเหร่าสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ Qajar ประมาณปี ค.ศ. 1876 – 1888 โดยคำสั่งของผู้ครองนคร Shiraz ในสมัยนั้นภายในประดับประดาไปด้วยกระเบื้องโทนสีแดง สีชมพู สีเหลือง เป็นสีหลัก ซึ่งเป็นเพียงมัสยิดแห่งเดียวในอิหร่าน ไม่ว่าท่านจะมองมาจากมุมใดของมัสยิดก็ตามท่านจะได้เห็นสีของกระเบื้องที่ตกแต่งภายในเป็นสีชมพูสวยงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงแดดยามเช้าที่สาดแสงผ่านกระจกสีลงมากระทบพื้นดูสวยงามเกินคำบรรยายจริงๆ 

นำท่านออกเดินทางสู่ พระราชวังโบราณเปอร์ซีโพลิส (Persepolis) ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. (60 กม.) ในอดีตสถานที่นี้ได้เป็นเมืองหลวง และศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเปอร์เซียในยุคของดาริอุสมหาราช และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1979 ให้ท่านได้ชมโบราณสถานที่สร้างโดยกษัตริย์ดาริอุสมหาราชก่อนคริศตกาลประมาณ 520 ปี จนถึงรัชสมัยของดาริอุสที่ 3 ซึ่งได้ถูกก่อสร้างปรับปรุงต่อเติมมาตลอดระยะเวลา 200 ปี นครแห่งนี้เป็นป้อมปราการและนครศูนย์กลางที่ประกอบด้วยราชวังต่างๆ ห้องโถงใหญ่ ที่เก็บทรัพย์สมบัติที่เก็บสิ่งของมีค่าต่างๆ ที่มีความสำคัญที่สุด แต่ในปี ค.ศ. 330 ก่อนคริสตกาล ได้ถูกกองทัพของอเล็กซานเดอร์มหาราช บุกเข้าทำลายเผาผลาญจนพินาศไป เหลือแต่ซากปรักหักพังไว้ให้ชม

 

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

จากนั้นไม่ไกลนำท่านไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสุสานที่ฝังศพของกษัตริย์ 4 องค์ เนโครโพลิส( Necropolis) หรือ Naqsh-e Rostam ให้ท่านได้ชมสถาปัตยกรรมที่เด่นในการแกะสลักบนผาหินและที่สำคัญเป็นสุสานของษัตริย์ดาริอุสที่1 และกษัตริย์องค์ต่อๆมาอีก 3 พระองค์ซึ่งเคยปกครองนครเปอร์เซโพลิสมาก่อน นครหลังความตาย นัค-เชรอสตัม Naqsh-e-Rostamหรือ สุสานสี่กษัตริย์ สถานที่แห่งนี้เป็นสุสานของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์อะคามินิดที่เคยปกครองอาณาจักรเปอร์เซียและเคยประทับที่พระราชวังแห่งนี้มาก่อนที่จะสวรรคต แต่ด้วยความเชื่อตามหลักคำสอนของศาสนาโซโรแอสเตอร์ที่ว่า หลังจากจบสิ้นชีวิตจากความเป็นมนุษย์บนโลกใบนี้แล้ว ชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อเพียงแต่ว่าจะต้องไปสู่อีกโลกหนึ่งหรือในอีกมิติหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องสร้างสุสานแห่งนี้ขึ้นมาให้มีความยิ่งใหญ่อลังการ เช่นเดียวกับพระราชวังที่กษัตริย์เหล่านั้นเคยประทับมาก่อน โดยการสร้างสุสานนั้นก็ไม่ได้สร้างอย่างธรรมดาทั่วๆไป มีการสร้างโดยการขุดเจาะเข้าไปเป็นห้องขนาดใหญ่บนหน้าผาหิน ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 20 เมตร และได้มีการแกะสลักหินส่วนหน้าให้มีความสวยงามอีกด้วย 

 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง อิสฟาฮาน (ISFAHAN) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง (482 กม.) ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเตหะรานทางทิศใต้ราว 340 กม. มีประชากร 1,583,609 คน เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของอิหร่าน รองจากเตหะรานและมัชฮัด นำท่านชม สะพานยามค่ำ  OLD BRIDGE ZAYANDEROOD  หรือ สะพานคาจู (KHAJU BRIDGE) เป็นสะพานเก่าแก่ที่สวยงามที่สุดในเมืองอิสฟาฮาน อู่อารยธรรมยุคโบราณ ของประเทศอิหร่าน ทอดข้ามแม่น้ำแม่น้ำซอยันเดห์โรด์ (Zayandeh-Rud) สร้างมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิตีมูร์ ในศตวรรษที่ 15 ก่อนที่ในศตวรรศที่ 17 ราวปี ค.ศ. 1650 กษัตริย์ชาวเปอร์เซีย "ชาห์ อับบัสที่ 2" แห่งราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavid Dynasty) ได้สร้างสะพานใหม่ทับรากฐานสะพานเก่า ในรูปแบบสถาปัยกรรมแบบสะพานโค้งโรมัน (Roman Arch bridge)มีจารึกไว้ที่สะพานด้วยว่า มีการซ่อมในปี ค.ศ. 1873 ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KOWSAR HOTEL (ISFAHAN) ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่

4

ฮิสฟาฮาน

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ชมเมืองอิสฟาฮาน อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียแห่งยุคที่มีความรุ่งเรืองสูงสุดอีกครั้งหนึ่งในศตวรรษที่ 17-18 มีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิด ซึ่งเป็นชาวเปอร์เซียแท้ และเมืองหลวงอิสฟาฮานก็กลายเป็นทั้งเมืองศูนย์กลางการปกครองและเมืองศูนย์กลางทางการค้า จนได้รับฉายาว่า Esfahan is half of the world หมายถึงไม่ว่าใครจะต้องการสินค้าอะไรก็ตาม ก็ต้องไปหาซื้อกันที่เมืองอิสฟาฮาน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรเปอร์เซียได้เชื่อมสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรต่างๆ รวมทั้งสยามซึ่งจะตรงกับยุคสมัยของกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย

นำท่านเยี่ยมชม จัตุรัสนัค เอ ฌะฮาน Naqsh-e-Jahan ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งนับว่าเป็น จัตุรัสที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจัตุรัสเทียนอันเหมิน ที่มีความกว้าง 165 เมตร และมีความยาวถึง 500 เมตร รวมเนื้อที่ประมาณ 80,000 กว่าตารางเมตร ใหญ่กว่าจัตุรัสแดงในกรุงมอสโคว์ถึง 2 เท่า ในอดีตเป็นสนามแข่งโปโล หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า จัตุรัสอิหม่าม Imam Square อัญมณีแห่งโลกมุสลิมที่ผนวกรวมทั้งแนวความคิด ปรัชญา และสถาปัตยกรรมที่สวยงามเอาไว้ในที่เดียวกัน นำท่านเข้าชม มัสยิดอิหม่าม Imam Mosque ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1612 โดยมียอดโดมสูง 30 เมตร และมีเสามินาเรตที่มีความสูง 40 เมตร

 

เข้าชม มัสยิดชีคห์ลอทฟอลลาห์ หรือ Sheikh Lotfollah Mosque ซึ่งสร้างโดยชาห์ อับบาสที่ 1 เช่นเดียวกัน ซึ่งจะใช้เป็นมัสยิดส่วนพระองค์และราชวงศ์เท่านั้น โดยเฉพาะตัวโดม ซึ่งถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศ

จากนั้นเดินอีกไม่ไกล นำทุกท่านชม Imam Mosque สุเหร่าอันใหญ่โตสวยงามสร้างในสมัย Shah Abbas ที่ 1 ราชวงศ์ Safavid โดยสถาปนิกชาวเปอร์เซีย Imam Mosque เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรื่องของศาสนาอิสลามที่มีผลต่อการสร้างบ้านแปงเมืองอย่างชัดเจน ตัวสุเหร่าใหญ่โตหรูหราโอ่อ่า ประดับประดาด้วยกระเบื้องอย่างสวยงาม จนได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็น World Heritage คู่กับ จัตุรัส Naqsh-e Jahan

จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังอาลี คาปู Ali Ghapou Palace ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยของกษัตริย์ชาห์ อับบาสที่ 1 โยมีการสร้างเพิ่มเติมจนมีทั้งหมด 6 ชั้น ซึ่งได้ถูกตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมที่หลากหลายโดยช่างฝีมือชั้นยอด จิตรกรชั้นครูในสมัยนั้น พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับและรับรองแขกบ้านแขกเมือง พร้อมกันนนี้ชั้นบนสุดยังได้ตกแต่งเป็นห้องสำหรับฟังเพลงและเล่นดนตรี จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งของกินของฝากมากมายที่บริเวณรอบๆจัตุรัส

 

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าชม พระราชวังเชเฮล โซตุน ChehelSotun Palace หรือ วัง 40 เสา ซึ่งความเป็นจริงแล้วมีเสาเพียง 20 เสาเท่านั้น แต่เมื่อมองผ่านเข้ามาทางสระน้ำหน้าพระราชวังจะเป็นเงาในน้ำอีก 20 ต้น พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1657 โดยสถาปนิก ชื่อ ชีคห์บาไฮ รอบพระราชวังมีสวนเขียวชอุ่ม ดอกไม้ชูช่อสวยงามในฤดูใบไม้ผลิ โดยเฉพาะดอกกุหลาบที่ห้อยเป็นพวงระย้าส่งกลิ่นหอมน่าชื่นใจ พระราชวังแห่งนี้สร้างในสมัย Shas Abbas ที่ 2 แต่ได้มีการออกแบบมาตั้งแต่สมัย Shah Abba s ที่ 1 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนของกษัตริย์และบรรดานางสนาม ต่อมาใช้เป็นที่ต้อนรับอาคันตุกะหรือแขกเมือง ในพระราชวังแห่งนี้มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า มีความยาว 100 เมตร และ กว้าง 16 เมตร ชมการแกะสลักลวดลายประตู หน้าต่าง ภาพฝาผนังปูนปั้น ชมภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้ตำหนัก บอกเล่าเรื่องราวราชสำนักและประวัติศาสตร์การทำสงคราม

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่เขต New Julfa ซึ่งเป็นเขตที่ชาวอาร์เมเนียอพยพมาตั้งรกรากที่เปอร์เซียแห่งนี้ตั้งแต่สมัยสงครามออตโตมัน ในปี ค.ศ. 1603-1618 โดยได้นำเอาคริสต์ศาสนาซึ่งเป็นศาสนาที่ชาวอาร์เมเนียนมาด้วย นำทุกท่านชม Vank Cathedral ภายในมีภาพวาดผนังสีสันสวยงามแทบจะทุกตารางนิ้ว ให้ทุกท่านได้ชื่นชมและสวดมนต์ขอพร จากนั้นเดินไม่ไกลกัน นำทุกท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ Vank Cathedral ที่จัดแสดงถึงการนำเข้าเครื่องพิมพ์มาเป็นครั้งแรก ภายในมีการจัดแสดงหนังสือ คัมภีร์ไบเบิลต่างๆ รวมไปถึงภาพวาด และพรมทอลวดลายที่หายากยิ่งต่าง

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KOWSAR HOTEL (ISFAHAN) ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่

5

อิสฟาฮาน – อับยาเน่ห์ – คาชาน – เตหะราน

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านอับยาเน่ห์ Abyaneh Village หมู่บ้านโบราณที่อยู่บนเทือกเขาซาร์โกรส ซึ่งใกล้กับบริเวณที่เรียกว่ายอดเขาคาคลาส มีความสูงถึง 3,899 เมตร (ระยะทาง 83 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) หมู่บ้านนี้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวอิหร่านและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เนื่องจากยังมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิมๆ ใช้ภาษาปาเธียน เป็นภาษาพูดในหมู่บ้านผู้หญิงจะใช้ผ้าคลุมศีรษะเป็นลวดลายดอกไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่สำคัญคือ บ้านทุกหลังจะถูกฉาบด้วยดินโคลนสีแดง (เหมือนอิฐเผาบ้านเรา) ผสมกับเศษของต้นมอลท์ (พืชที่ใช้หมักเบียร์) เหมือนกันไปหมดทุกหลัง ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง ให้ท่านได้พักผ่อน ถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย

จากนั้นเดินทางสู่เมืองคาชาน(Kashan) มีชื่อเสียงด้านการทำเครื่องปั้นดินเผา กระเบื้องเคลือบ และการทอผ้า ทอพรม ต่อมาในยุคของราชวงศ์ Safavid ปกครองเมืองคาชานก็ได้มีความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นในฐานะเมืองศูนย์กลางทางการค้า และเป็นที่เป็นประตูสู่เมืองต่าง ๆ ในพื้นที่ทะเลทรายทางด้านตะวันออก

 

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านชม คฤหาสน์เศรษฐี Tabantabaee Ancient House สร้างมาตั้งแต่ยุคที่เมืองคาชานเคยรุ่งเรืองบนเส้นทางการค้าในอดีต สมัยราชวงศ์ซาฟาวิดปกครองเปอร์เซีย เป็นยุคที่มีการค้ารุ่งเรืองอย่างถึงขีดสุด และเมืองคาชานก็เป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางทางการค้าแห่งยุคที่มีความสำคัญอีกเมืองหนึ่ง มีพ่อค้าวาณิชย์ที่เป็นมหาเศรษฐีมากมาย คฤหาสน์เศรษฐีหลังนี้ก็เป็นหนึ่งในอีกหลายหลังที่เป็นมรดกตกทอดมาสู่คนในยุคปัจจุบันให้เราได้เห็นและย้อนรำลึกถึงในช่วงที่เมืองคาชานเจริญรุ่งเรือง

นำท่านชม โบรูเจอร์ดี เฮาส์ (Borujerdi Historical House) คฤหาสน์หลังนี้ได้ถูกสร้างขึ้นโดยพ่อค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองคาชาน ชื่อว่า ฮัจ เซเยส จาฟาร์ นาทานซี เพราะว่าได้ทำการส่งสินค้าออกไปยังเมืองบรูเจอร์ดี บ้านหลังนี้ได้ถูกสร้างเมื่อปี ค.ศ.1875 ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 18 ปี ภายในประกอบไปด้วยสนามหญ้าที่ถูกตกแต่งด้วยต้นไม้ และตัวบ้านมีลักษณะเป็นช่องลมเพื่อให้อากาศได้ถ่ายเท และหมุนเวียนอีกทั้งยังทำการตกแต่งลวดลายฝาผนังด้วยการแกะสลักปูนปั้น และทาสีให้มีความสวยงามตามแบบลักษณะของอิหร่าน

ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่ กรุงเตหะราน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง (284 กม.)

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก PARSIAN AZADI HOTEL (TEHRAN) ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่

6

เตหะราน

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านช้อปปิ้ง ตลาดประจำเมืองเตหะราน  (Tehran Grand Bazaar) ตลาดท้องถิ่นที่ใหญ่และมีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของประเทศอิหร่านอยู่ใกล้กับ Arg Square ทางตอนใต้ของเมืองเตหะราน มีสินค้าพื้นเมืองของอิหร่านทุกสิ่งอย่าง โดยเฉพาะพรมสวย ๆ เครื่องเทศ เสื้อผ้าพื้นเมือง สินค้าหัตถกรรม ถั่วนานาชนิด ชาแสนอร่อยและอื่น ๆ อีกมากมายในราคาไม่แพง รวมทั้งอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงก็สามารถหาซื้อและลองชิมกันได้ที่นี่ด้วยเช่นกันอย่างเช่น Gaz หรือขนมตังเมเปอร์เซีย ไอศกรีมกุหลาบ ชาต่างๆ น้ำผลไม้ หญ้าฝรั่นและไก่ย่างอาหารยอดฮิต บาซาร์จะปิดทุกวันศุกร์ เปิดให้บริการวันเสาร์-พุธ และวันพฤหัสบดี

นำท่านเที่ยวชมพระราชวังโกเลสตาน (Golestan Palace)ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งหลังการปฏิวัติโดยอิหม่ามโคมัยนี พระราชวังแห่งนี้ก็ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ ถูกปล่อยทิ้งร้างอย่างน่าอัปยศอดสูเช่นเดียวกับวังอื่นๆเพิ่งจะมีการบูรณะเมื่อเริ่มเปิดประเทศอีกครั้งหนึ่งราวๆ 5 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามวังแห่งนี้ก็ยังคงความงดงามในการตกแต่งภายในด้วยกระจกเงาตัดเหลี่ยมแบบเพชรที่สุดอลังการ และการตกแต่งภายนอกด้วยกระเบื้องเคลือบที่มีสีสันและลวดลายโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปะยุค Qajar ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาทุกตารางนิ้วของพระราชวังแห่งนี้ก็ด้วยพระปรีชาของกษัตริย์องค์หนึ่งของราชวงศ์ Qajar คือ Nasser Al-Din Shah (ค.ศ. 1848-1896) โปรดให้สร้างและตกแต่งขึ้นตามแบบยุโรปที่ท่านเคยเสด็จประพาสมาก่อนหน้านั้น

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านชมพิพิธภัณฑ์พรม (Carpet Museum) ซึ่งตั้งอยู่กลางกรุงเตหะรานเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้ถูกเก็บสะสมพรมจากที่ต่าง ๆ ในอิหร่านที่นำมารวมกันไว้ที่นี่ ซึ่งมีทั้งพรมผืนเล็ก และใหญ่สุดต่าง ๆ กันไป และที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดก็คือ ลวดลายที่เลียนแบบพรมผืนแรกของโลก ที่ขุดค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวรัสเซียที่เมืองพาซิลิก (Pazyryk) ซึ่งพรมนี้ได้ใช้ห่อศพอยู่ และต่อมาจึงได้ตั้งชื่อว่า พรมพาซิลิก จากการตรวจสอบอายุโดยใช้รังสี พบว่าพรมผืนนี้มีอายุเก่าแก่มากว่า 2,000 ปีมาแล้ว และเป็นการถักทอจากลวดลายของชาวเปอร์เซีย จากหลักฐานดังกล่าวได้บ่งบอกให้เห็นว่ามีการทอพรมในอิหร่านไม่ต่ำกว่า 2,500 ปี

 

ค่ำ 

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก PARSIAN AZADI HOTEL (TEHRAN) ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

วันที่

7

เตหะราน

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารนำท่านชม พิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรพลอย National Jewelry Museum สถานที่แห่งนี้ถูกดูแลรักษา และมีการบริหารงานอย่างเข้มงวดโดยธนาคารชาติของอิหร่าน ภายในเต็มไปด้วยเครื่องเงิน ทอง และเครื่องประดับอัญมณีเพลรพลอย ไข่มุก อันล้ำค่ามากมายเกินกว่าจะประมาณราคาได้ ซึ่งมีของที่สำคัญต่าง ๆ ทั้งสิ้น ชม เพชรสีชมพูที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนักถึง 182 กะรัต ชม ลูกโลกที่ประดับด้วยอัญมณีห้าหมื่นกว่าชิ้น ซึ่งมีน้ำหนัก 18,200 กะรัต และชม พระราชบัลลังก์ของกษัตริย์ที่เคยนั่งครองราชย์ ซึ่งประดับด้วยเพชรนิลจินดามากกว่า 26,000 ชิ้น มงกุฎของราชวงศ์ ฟาทห์ อาลี ชาฮี ทำด้วยไข่มุกและเพชรพลอยน้ำหนัก 4.5 กก.รวมถึงเครื่องเพชรทองอันประเมิณค่าไม่ได้อีกมากมาย

 

เที่ยง 

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่าน เดินทางสู่ตลาด LOCAL MARKET ซื้อของฝาก ที่มีชื่อเสียงของเมือง อาทิเช่น ถั่วพิตาชิโอ เม็ดวอลนัท อินทผาลัม

ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทาง Q สู่สนามบิน Imam Khomeini International Airport (IKA) 
เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

เย็น

บริการอาหารว่าง ณ ร้านอาหาร

22.10 น.

เหินฟ้า สู่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบินมาฮาร์น แอร์ Mahan Air เที่ยวบินที่ W5051

วันที่

8

กรุงเทพฯ

07.25 น.

ถึงสนามบิน สุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

บอกต่อคนรู้จักของคุณ

สมัครรับข่าวสาร Pearl Vacation

รับรู้รายละเอียดและสิทธิิประโยชน์ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้กับระบบ

ติดตามเราเพิ่มเติมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค