Pearl ×

+662 291 7888

โปรแกรมทัวร์

HAPPINESS IN BHUTAN (B3)

คืน

4

วัน

5

ราคาเริ่มต้น

48,900

สายการบิน

Bhutan Airlines (B3)

ทัวร์ภูฏาน

ขอพรศักดิ์สิทธิ์องค์พระศรีสัจจธรรม พระ พุทธรูปที่ประดิษฐาน ณ จุดสูงที่สุดในโลก เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน

N/A

วันที่

1

สุวรรณภูมิ – พาโร – พาโรซอง – National Museum – ตาชิโชซอง

04.30 น.

คณะพบกัน ณ จุดนัดหมาย สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน Bhutan Airlines (B3) โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกในการ Check-inสัมภาระต่างๆแก่ท่าน

06.30 น.

ออกเดินทางสู่เมืองพาโร ประเทศภูฏาน โดยสายการบิน Bhutan Airline เที่ยวบินที่ B3-701(มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (เครื่องบินแวะรับส่งผู้โดยสารที่เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดียประมาณ 45 นาที ***ไม่ต้องลงจากเครื่อง***)

09.55 น. 

เดินทางถึงสนามบินพาโร ประเทศภูฏาน นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นแต่ละท่านรับกระเป๋าสัมภาระที่โหลดตรวจเช็คให้เรียบร้อยและออกเดินทางเข้าสู่ตัว เมืองพาโร ประเทศภูฏาน เป็นประเทศเล็กๆที่เป็นดินแดนรวมแหล่งอารยธรรมต่างๆในอ้อมกอดแห่งขุนเขาหิมาลัย เป็นประเทศที่พุทธศาสนาแบ่งบานอยู่ท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัยประชาชนชาวภูฏานมีธรรมมะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ประชาชนดำรงชีวิตกันอยู่อย่างเรียบง่ายไม่วุ่นวาย และความสุขของคนภูฏานวัดกันได้ที่ใจ..ความสุขอยู่ที่จิตใจที่มีแต่รอยยิ้ม..และความเป็นมิตรแก่ผู้คนทั้งโลก ทุกท่านจะได้สัมผัสบ้านเมืองที่ เมืองพาโรซึ่งเป็นเมืองที่ถูกโอบอยู่ในวงล้อมของขุนเขา บนระดับความสูง 2,280 เมตร มีแม่น้ำปาชูไหลผ่าน อาคารบ้านเรือนจะเป็นสไตล์ภูฏานแท้ กรอบหน้าต่างไม้ลวดลายสีสันสดใส

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

 

นำทุกท่านชม พาโรซอง หรือ พาโรริงปูซอง ป้อมปราการและวิหารหลวงแห่งเมืองพาโร พาโรซองนับเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมแบบภูฏานที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทุกท่านจะเห็นถึงกำแพงสีขาวที่ก่อตัวขึ้นเป็นป้อมปราการสามารถเห็นได้ชัดเจนเป็น Landmark ของเมืองพาโร ตัวซองสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1644 โดย ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล พระอริยสงฆ์ ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญานและเป็นผู้รวบรวมประเทศภูฏานให้เป็นปึกแผ่น รวมถึงเป็นผู้วางระบบการบริหารงานและระบอบปกครองประเทศ ปัจจุบันเป็นสถานที่ทำงานของรัฐบาล รวมทั้งเป็นที่ตั้งขององค์กรบริหารสงฆ์ประจำเขตปกครองนั้นๆ ทางเข้าพาโรซองมี สะพานแขวนไม้ทอดผ่านข้ามแม่น้ำ เป็นอีกจุดที่ควรถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ

 

หลังจากนั้น นำท่านเดินทางไม่ไกล ชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมหน้ากากศิลปะแบบพุทธมหายาน นิกายตันตระ ภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ รวมถึงจัดแสดงความหลากหลายทางธรรมชาติอันสมบูรณ์ของประเทศเพื่อให้ทุกท่านได้รู้จักภูฏานมากขึ้น ตรงข้ามกับอาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารทรงกลมสีขาว เรียกว่า ตาซอง (Ta Dzong) หรือ หอคอย เดิมใช้เป็นหอสังเกตุการณ์ข้าศึกศัตรู เนื่องจากตัว Dzong สร้างอยู่บนเนินสูง สามารถมองวิวตัวเมืองพาโรได้ครอบคลุม (นำทุกท่านถ่ายรูปด้านนอก เนื่องจากขณะนี้ Ta Dzong กำลังปิดปรับปรุง)

 

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ เมืองทิมพู เมืองหลวงของประเทศภูฏานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชม. ระหว่างทางผ่านชม วัดตัมชู Tamchoe Monastery คือ จุดชมวิววัดตัมชู ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำปาโรชูกับแม่น้ำทิมพูชู คือวัดตัมชู หรือวัดเขายอดอาชา จะตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายท่ามกลางทิวทัศน์ที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน ท่านลามะทังทนเกลโป ซึ่งเป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นพร้อมสะพานเหล็กอีกสายหนึ่งขึ้นที่นี่ แต่สะพานถูกน้ำพัดทำลายลงในปี ค.ศ. 1969 สะพานที่เห็นในปัจจุบันเป็นของที่ใช้โซ่เหล็กสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 2005 โดยเลียนแบบสะพานสายเดิม

 

ต่อจากนั้นเดินทางอีกไม่ไกล นำท่านเดินทางเขาชม ตาชิโชซอง มหาปราการแห่งศานาและวิหารหลวงแห่งเมืองทิมพู (วันธรรมดาเปิดหลัง16.30น. / เสาร์-อาทิตย์ เปิดทั้งวัน)  ตาซิโซซอง หมายถึง ป้อมแห่งศาสนาอันเป็นมงคล สร้างในสมัยศตวรรษที่ 12 โดยท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล ปัจุบันเป็นสถานที่ทำงานของพระมหากษัตริย์ สถานที่ทำการของกระทรวงต่างๆ และวัด รวมทั้งเป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระสังฆราช  และบริเวณอันใกล้ท่านจะได้เห็นวังที่ประทับส่วนพระองค์ของพระราชาธิบดีจิกมี่ด้วย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นเชิญทุกท่านพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย ณ โรงแรม Gyelsa Hotel เมืองทิมพู ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่

2

ทิมพู – National Memorial Chorten – โดชูลาพาส – วัดชิมิลาคัง – พูนาคาซอง

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านชม National Memorial Chorten อนุสรณ์มหาสถานแด่กษัตริย์รัชกาลที่ 3 แห่งประเทศภูฏานสร้างในปี ค.ศ.1974 มีผู้คนมากมายเดินทางมาแสวงบุญและสวดมนต์ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ

นำท่านเดินทางสู่ เมืองพูนาคา (Punakha) พูนาคา เป็นเมืองหลวงเก่าของภูฏานจนถึงปี ค.ศ. 1955 ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองทิมพู ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของทุ่งนาขั้นบันไดและดอกไม้ที่บานตลอดเส้นทางสวยงามเป็นอย่างมาก ผ่านชม ป้อมซิมโตคาซอง สร้างในปี ค.ศ.1629 ป้อมแห่งนี้มีชัยภูมิที่ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งเมืองทิมพู ถือเป็นป้อมปราการแห่งแรกที่ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล สร้างขึ้น เมืองพูนาคาอยู่ระดับความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้เมืองพูนาคามีอากาศอบอุ่นกว่าเมืองพาโรและเมืองทิมพู

 

นำท่านแวะชม โดชูลาพาส ชมความงามของ เจดีย์ดรุกวังเยลลาคัง สถูปแห่งชัยชนะ ชม 108 สถูป อนุสรณ์สถานที่มีต่อกองกำลังกลุ่มหัวรุนแรงที่ยึดพื้นที่ทางภาคใต้ของภูฏาน ตั้งอยู่บนระดับความสูง 3,150 เมตร จากระดับน้ำทะเล  พร้อมดื่มด่ำธรรมชาติทิวทัศน์ของภูเขาหิมาลัยด้านตะวันตกอันตระการตา และยอดเขาต่างๆเรียงรายกัน รวมไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดอย่างกังกาพุนซุม ซึ่งมีความสูงถึง 7,540 เมตร จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองพูนาคา

 

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินขึ้นเนินไปชม วัดชิมิลาคัง (ใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมง) วัดที่อยู่บนยอดเนินกลางหุบเขา สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1499 โดยลามะที่มีชื่อเสียงมาก นามว่าท่าน Lama Drukpa Kunley ที่วัดแห่งนี้ชาวบ้านเชื่อกันว่าหากใครมาอธิษฐานขอบุตรก็จะได้สมใจ

 

จากนั้นนำท่านชม พูนาคาซอง (Punakha Dzong)  ป้อมปราการประจำเมืองพูนาคา สร้างขึ้นในปี 1637 โดยซับดรุง งาวังนัมเกล  ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น พระราชวังแห่งความสุขอันยิ่งใหญ่  “Palace of Great Happiness” และเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สวยงามที่สุดในภูฏาน เป็นป้อมที่สร้างเป็นอันดับสองของภูฏาน ในอดีตเมื่อครั้งเมืองพูนาคายังเป็นเมืองหลวง ป้อมแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาล ปัจจุบันเป็นที่พักในฤดูหนาวของพระชั้นผู้ใหญ่ ป้อมนี้ตั้งอยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำ Pho chu และ แม่น้ำ Mo chu ไหลมาบรรจบกัน อีกทั้งเป็นสถานที่ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล มรณภาพที่นี่ และปัจจุบันก็ได้เก็บรักษาร่างของท่านอยู่ภายใน  ท่านจะได้เห็น ลามะ (พระสงฆ์) จำนวนมากที่กำลังศึกษาพระธรรมและสวดมนต์

 

พิเศษ!!! พาทุกท่านสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่เร้าใจกว่าเดิม ด้วยการล่องแก่งที่แม่น้ำ Mo Chu วิวอันตระการตากับขุนเขารูปช้างหมอบ และ Punaka Dzong ที่สวยงาม เพียงท่านละ

กรณีล่องเรือ 2-4 คน ราคา 3,500 บาท / ท่าน / เรือ 1 ลำ

กรณีล่องเรือ 4-6 คน ราคา 2,500 บาท / ท่าน / เรือ 1 ลำ

กรณีล่องเรือ 6-8 คน ราคา 2,000 บาท / ท่าน / เรือ 1 ลำ

(ล่องแก่งไม่ได้รวมในค่าทัวร์ แต่เป็น Optional ทัวร์ เพื่อจัดให้ สำหรับลูกค้า ที่สนใจเท่านั้น ไม่ได้เป็นการบังคับขายแต่อย่างใด ส่วนท่านใดไม่สะดวกหรือไม่ประสงค์ล่องแก่ง ทางบริษัทฯ จะนำทุกท่านไปชมตลาดพื้นเมือง และ ไปชุดชมวิว ที่สวยที่สุดในเมืองพูนาคาแทน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

 

 

 

 

ค่ำ  

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นเชิญทุกท่าน พักผ่อนได้ตามอัธยาศัย ณ โรงแรม Meri Puensum Hotel เมืองพูนาคา ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่

3

พูนาคา – ทิมพู – พระศรีสัจจธรรม – สวนสัตว์แห่งชาติ – ห้องสมุดแห่งชาติ – พาโร

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองทิมพู ตามเส้นทางเดิม ชมทัศนียภาพสองข้างทางและเทือกเขาหิมาลัยที่มีความสวยงาม ที่จะเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มาเยือนภูฏาน

 

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

พาทุกท่านชม ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน ทุกท่านสามารถถ่ายรูปทำแสตมป์ที่ระลึก อีกทั้งสามารถเลือกซื้อดวงตราไปรษณียากรที่งดงามของภูฎาน มีให้เลือกหลายรูปแบบและราคา ทั้งรูปวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและป้อมปราการที่เรียกว่าซอง (Dzong) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่างๆ ซึ่งดวงตราไปรษณียกรของภูฏานถือเป็นหนึ่งในของน่าซื้อที่ทุกท่านไม่ควรพลาด

นำทุกท่านชม หอสมุดแห่งชาติ ซึ่งทุกท่านจะได้ชมหนังสือภาพถ่ายของประเทศภูฏานที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมภาพถ่ายสถานที่ต่างๆในภูฏานทั้งหมด ซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถซื้อเล่มย่อเป็นของที่ระลึกได้ ซึ่งทางหอสมุดจัดจำหน่ายในราคาย่อยเยา นอกจากนี้ท่านยังสามารถหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับประเทศภูฏานอื่นๆได้อีกด้วย

นำทุกท่านชม โรงเรียนสอนงานศิลปะ (School of Art & Craft) (โรงเรียนอาจมีการปิดเนื่องจากวันหยุดที่ไม่แน่นอน) ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริที่ต้องการอนุรักษ์และสืบทอดศิลปะของภูฏานทั้ง 13 แขนง โดยหลักสูตรจะแบ่งเป็นตั้ง 2 -6 ปี ที่โรงเรียนแห่งนี้ ทุกท่านจะได้เห็นนักเรียนกำลังวาดรูป ทอผ้า ตัดเย็บ แกะสลัก และทำงานปั้นต่างๆอย่างขมักเขม้น รวมไปถึงทุกท่านยังสามารถสนับสนุนกิจการของนักเรียนได้โดยการซื้อสินค้าหัตถกรรมจากฝีมือนักเรียนที่ร้านขายของที่ระลึกภายในโรงเรียนอีกด้วย

นำท่านชม สวนสัตว์แห่งชาติของประเทศภูฏาน และชมสัตว์ประจำชาติทาคิน ที่มีรูปร่างลักษณะพิเศษผสมระหว่างแพะกับวัว มีแห่งเดียวในประเทศภูฏานเท่านั้น ซึ่งครั้งนึ่งประเทศสหรัฐอเมริกาเคยเจรจาของไปเลี้ยงแต่ได้รับการปฏิเสธจากรัฐบาลประเทศภูฏาน ทาคิน เป็นสัตว์ในตำนานประวัติศาสตร์ของศาสนาพุทธ โดยเชื่อว่าท่านลามะ Drukpa Kunley เป็นผู้สร้างขึ้นจากซากโครงกระดูกของวัวและแพะที่ท่านได้ทานเป็นอาหารไปแล้ว เมื่อท่านลามะทานอิ่มก็ได้นำเอาหัวแพะไปต่อกับกระดูกวัวและดีดนิ้วหนึ่งที กองกระดูกก็กลับพลันมีชีวิตเป็น ตัวทาคิน วิ่งออกไปกินหญ้าในทุ่งหญ้าและสืบพันธุ์มาจนถึงปัจจุบันนี้

 

 

นำท่าน สักการะองค์หลวงพ่อสัจจธรรม ที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก และได้รับความร่วมมือจากเศรษฐีชาวสิงค์โปร์ บริจาคเงินซื้อที่ดินและสร้างพระพุทธรูป ให้แก่รัฐบาลประเทศภูฏานให้ท่านไหว้ขอพรเพื่อเป็นศิริมงคล นำท่านชม จุดชมวิวซังเกกัง (Sangaygang) จุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาเมืองทิมพู เพื่อเก็บภาพประทับใจ

 

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่เมืองพาโร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นเชิญทุกท่าน พักผ่อนได้ตามอัธยาศัย ณ โรงแรม Kichu Resort เมืองพาโร ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่

4

พิชิตวัดถ้ำพยัครเหิร

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านออกเดินทางสู่ วัดถ้ำพยัคฆ์เหิร  ทักซังเป็นมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ที่องค์กูรูปัทมสัมภวะได้เดินทางมาบำเพ็ญภาวนาและเจริญสมาธิอยู่ในถ้ำบนชะง่อนเขา ตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 และท่านก็ยังเป็นผู้นำเอาศาสนาพุทธเข้ามาเผยแผ่ยังดินแดนแห่งนี้ ตามความเชื่อของชาวภูฏาน กล่าวว่าท่านได้เหาะมาบนหลังเสือตัวเมีย มายังหน้าผาแห่งนี้เพื่อทำวิปัสนากรรมฐาน จึงได้ชื่อว่า ถ้ำเสือ (Tiger Nest) หลังจากที่สำเร็จสมาธิแล้ว ท่านจึงได้สร้างศาสนสถานแห่งนี้ขึ้น ชาวภูฏานมีความเชื่อว่าครั้งหนึ่งในชีวิต จะต้องได้ขึ้นมาแสวงบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเจริญก้าวหน้าของชีวิต

การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ รถจะสามารถขึ้นได้แค่เนินเขาเท่านั้น จากนั้นทุกท่านสามารถเลือกเดินทางได้ 2 แบบ คือ เดินเท้า หรือ ขี่ม้า เท่านั้น (เนื่องจากปริมาณคนจูงม้าไม่เพียงพอต่อจำนวนนักท่องเที่ยว จึงอาจทำให้เกิดอันตรายในการเดินทางได้ ทั้งนี้ทางบริษัทฯจึงแนะนำให้เดินเท้าขึ้นเขาจะปลอดภัยกว่า แต่ถ้าท่านใด มีทักษะในการขี่ม้าขึ้นเขา หรือ อยากผจญภัย รบกวนแจ้งบริษัทฯล่วงหน้าเพื่อทำการจองม้าให้ท่าน ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ขึ้นไปยังวัด เส้นทางเป็นเนินเขาและมีหน้าผาสูงชันราว 3,000 เมตรจากด้านล่าง แนะนำนักท่องเที่ยวค่อยๆ เดินขึ้นไปช้าๆ ราว 2 ชม. จะถึงจุกพักครึ่งทาง พักดื่มน้ำชา กาแฟ ) จากนั้นเดินทางต่ออีกราว 1 ชม.ก็จะถึงสุดทางดินลูกรังสุดท้าย จากนั้นเส้นทางจะเปลี่ยนเป็นบันไดขึ้นลง 700 ขั้น สู่ยัง วัดทักซัง ด้านใน นำทุกท่านสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และ ชมความงามของธรรมชาติที่สรรค์สร้างอย่างวิจิตรลงตัว

 

เที่ยง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารด้านบนระหว่างทางขึ้นทักซัง

นำทุกท่านเดินเท้าลงจากเขา (ไม่สามารถอนุญาติให้นั่งม้าลงมาด้านล่างได้ เนื่องจาก อันตรายเป็นอย่างมากต่อตัวผู้เดินทาง) จากนั้นเดิทางต่อสู่ วัดคิชู ลาคัง หนึ่งในวัดที่เก่าแก่ในประเทศภูฏาน สมัยศตวรรษที่ 7 วัดนี้เป็นวัดที่มีควมเชื่อว่าสร้างไว้เพื่อตรึงเท้าซ้ายของนางยักษ์ตนหนึ่งที่นอนทอดร่างปิดทับประเทศทิเบตและเทือกเขาหิมาลัยไว้

จากนั้นเพลิดเพลินกับ การช้อบปิ้ง ณ พาโร สตรีท ซื้อของฝากของที่ระลึก ตามอัธยาศัย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชม การแสดงท้องถิ่นของชาวภูฏาน แสดงวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวภูฏานในเทศกาลงานประเพณีต่างๆ

จากนั้นเชิญทุกท่าน พักผ่อนได้ตามอัธยาศัย ณ โรงแรม Kichu Resort Hotel เมืองพาโร ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่

5

พาโร-กรุงเทพ

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่สนามบินพาโร เพื่อนำท่านเดินทางสู่กรุงเทพฯ

10.35 น.

เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ  โดยสายการบิน Bhutan Airlines   เที่ยวบินที่ B3-700

(มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (เครื่องบินแวะรับส่งผู้โดยสารที่เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดียประมาณ 45 นาที ***ไม่ต้องลงจากเครื่อง***)    

16.05 น.

เดินทางถึงกรุงเทพฯ  โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจในการบริการ

บอกต่อคนรู้จักของคุณ

สมัครรับข่าวสาร Pearl Vacation

รับรู้รายละเอียดและสิทธิิประโยชน์ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้กับระบบ

ติดตามเราเพิ่มเติมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค