Pearl ×

+662 291 7888

โปรแกรมทัวร์

HELLO DUBAI (EK)

คืน

3

วัน

5

ราคาเริ่มต้น

29,999

สายการบิน

Emirates (EK)

ทัวร์ดูไบ

เปิดประสบการณ์ใหม่ ณ ดินแดนแห่งทะเลทราย สุดคลาสสิค เมืองแห่งความมหัศจรรย์และความยิ่งใหญ่

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • บินตรงสู่ ดูไบ BKK –DXB-BKK  
  • พักดูไบ 3 คืน
  • แถมฟรี !!  ขึ้นตึกเบิร์จคาริฟา BURJ KHALIFA (THE TALLEST TOWER IN THE WORLD)  ตึกที่มีความสูงเหยียบ 828 เมตร 160ชั้น
  • นั่ง Monorail ชมโครงการสุดอลังการ The Plam
  • ตะลุยทะเลทรายโดยรถ4WD พร้อมกิจกรรมแคมป์ปิ้ง ขี่อูฐชมพระอาทิตย์ตกดินดินเนอร์ใต้แสงจันทร์  
  • ชมพรมผืนใหญ่ที่สุด ณ GRAND MOSQUE ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
  • ช้อปปิ้งจุใจทั้งสินค้าพื้นเมืองและแบร์นเนม Dubai Mall และ Emirates Mall
  • เดินทางสะดวกสบาย อาหารอร่อยและบริการสุดประทับใจ...
  • พักโรงแรมระดับ 4 ดาว
  • แถมฟรี!! ของ Premium โมเดล ตึกเบิร์จคาริฟา ทุกที่นั่ง

์N/A

วันที่

1

กรุงเทพ – ดูไบ

06.00 น.

คณะเดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคาร ผู้โดยสารขาออก ประตูที่ 8 เคาน์เตอร์ T สายการบิน เอมิเรสต์ EK สายการบินชั้นนำหรูหราระดับโลก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารและสัมภาระ

09.30 น.

เหินฟ้าสู่ ดูไบ โดยสายการบิน EMIRATES เที่ยวบินที่ EK375 AIRBUS A380

13.15 น.

เดินทางถึงสนามบินนานาชาติดูไบเมื่อเสร็จพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยนำทุกท่านเดินทางสู่เมืองดูไบ

จากนั้นนำท่านเข้าสู่สวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสวนดอกไม้นี้ถูกตั้งชื่อว่า ดู ไบ มิราเคิล การ์เด้น (Dubai Miracle Garden) มีการจัดแสดงดอกไม้เป็นรูปทรงต่างๆเช่น หัวใจ, ดาว , ปิรามิด และอื่น ๆ สวน ดูไบ มิราเคิล การ์เด้น เป็นสวนดอกไม้ท่ามกกลางทะเลทราย 1 ใน 7 รัฐแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates)สวนดอกไม้ที่ได้รับการยอมรับว่าใหญ่ที่สุดในโลก สร้าง ในเขต ดูไบแลนด์ กินพื้นที่ประมาณ 72,000 ตร.กม. ภายในสวนประกอบด้วย ไม้นานาพันธุ์กว่า 45 ล้านต้น นอกจากต้นไม้ ดอกไม้แล้ว ที่นี่ก็ยังจะมีศูนย์การค้าช้อปปิ้งมอลล์ ภัตตาคารหรู เอ้าท์เลทพรีเมี่ยม และศูนย์ดูแลต้นไม้อีกด้วย

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS หรือเทียบเท่า

วันที่

2

ดูไบ-ขึ้นตึก BURJ KHALIFA-อาบูดาบี-แกรนด์มอส-เอมิเรตส์พาเลส–HERRITAGE VILLGE Dubai Mall

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนําคณะเดินทางสู่ นครอาบูดาบี ซึ่งห่างจากตัวเมืองดูไบ 180 กิโลเมตร (ประมาณ 2 ชั่วโมง)

**** หมายเหตุ โปรดแต่งกายสุภาพออกจากโรงแรมเพื่อเข้ามัสยิดชิคซาเญด ****

ผู้หญิง: กรุณาโพกผ้าคลุมศรีษะด้วยน่ะค่ะเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ห้ามใส่กางเกงเลคกิ้งหรือกางเกงรัดรูป   ผู้ชาย: เสื้อแขนยาวขายาวแต่งกายสุภาพ

จากนั้นนำท่านชม GRAND MOSQUE หรือ SHEIKH ZAYED BIN SULTAN AL และเป็นสุเหร่าประจำเมือง ของท่านเชคที่ก่อตั้งประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ ที่ท่าน สร้างไว้ก่อนท่านจะสวรรคต การก่อสร้างรวมทั้งหมดเป็นเวลา 10 ปี สุเหร่านี้มีพรมผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลกขนาด 5,627 ตารางเมตร และโคมไฟChandelier ใหญ่ที่สุดในโลก นำเข้าจากประเทศเยอรมันทำด้วยทองคำและทองแดง สามารถรองรับผู้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้สูงถึง 40,000 คน นอกจากนี้มัสยิดแห่งนี้เป็นสุสานหลวงที่ฝังพระบรมศพของ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyan อดีตประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเจ้าผู้ครองรัฐอาบูดาบี้

 
   

นั้นนำท่านชม HERITAGE VILLAGE ซึ่งเป็นหมู่บ้านพื้นเมืองจำลองความเป็นอยู่ของชาวเบดูอิน ที่เคยเร่ร่อนอยู่ในทะเลทราย ให้ท่านอิสระกับการถ่ายภาพและเลือกซื้อของเป็นที่ระลึกได้จากหมู่บ้าน

กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านแวะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ อาบูดาบี คือพิพิธภัณฑ์สาขาย่อยแห่งแรกของพิพิธภัณฑ์ลูฟว์นอก กรุงปารีส เกิดจากทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และทางการฝรั่งเศส ลงนามความร่วมมือทางวัฒนธรรม และศิลปะ โดยให้พิพิธภัณฑ์ใช้ชื่อลูฟว์ เป็นระยะเวลา 30 ปี เสมือนเป็นสาขาย่อย ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะแห่งแรกของอาหรับที่รวบรวมเอาผลงานศิลปะชิ้นสำคัญของโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมารวมไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิดการแบ่งปันเรื่องราวอารยธรรมและวัฒนธรรมของมนุษยชาติ พิพิธภัณฑ์ LOUVRE ABU DHABI เล่าถึงเรื่องราวของมนุษยชาติในบทที่สร้างแรงบันดาลใจถึง 12 บท แต่ละบทเน้นเรื่องรูปแบบที่ ใช้ร่วมกันและแนวคิดที่เปิดเผยความเชื่อมโยงกันทั่วมนุษยชาติ ผลงานจากช่วงก่อนประวัติศาสตร์จนถึง                         ผลงานศิลปะร่วมสมัย ศิลปะในการแสดงมาจาก Collection ของพิพิธภัณฑ์ควบคู่ไปกับผลงานชิ้นเอกมากมายที่ยืมตัวมาจากบางส่วนของพิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประวัติศาสตร์ในอีกรูปแบบที่อาบูดาบี

16.30

เดินทางกลับเข้าสู่ดูไบใช้เวลา 2 ชั่วโมง

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS หรือเทียบเท่า

วันที่

3

ดูไบ- JUMEIRAH BEACH-ตึกบุรจญ์อัลอาหรับ BURJ AL ARAB-นั่งรถ Monorail (MRT) THE PLAM-ทัวร์ทะเลทราย(4WD)

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นําท่านชมชายหาด JUMEIRAH BEACH ซึ่งเป็นชายหาดตากอากาศที่สวยงามยอดนิยมของดูไบ จากนั้นนําท่านถ่ายรูปกับโรงแรม ตึกบุรจญ์อัลอาหรับ BURJ AL ARAB โรงแรมสุดหรู ระดับ 7ดาว ที่สวยและหรูหราที่สุด แห่งหนึ่งของโลก และมีชชื่อเสียงของตะวันออกกลาง ที่ทุกคนใฝ่ฝันที่จะมีโอกาสเข้าไปสัมผัส ตั้งอยู่ริมอ่าวอาหรับ เป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีชาวอาหรับ บุรจญ์อัล อาหรับ (Burj Al Arab)หนึ่งในสัญลักษณ์อันสำคัญของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตึกบุรจญ์อัล อาหรับ ปัจจุบันเป็นโรงแรมรูปทรงเรือใบที่สวยและหรูหราที่สุดระดับโลกและมีชื่อเสียงของตะวันออกกลางมีความสูง321 เมตรหรือ 1,050 ฟุตตั้งอยู่บนเกาะเทียมที่ถูกถมขึ้นห่างจากแถบชายหาดจูเมร่าห์ 280 เมตรริมอ่าวเปอร์เซียที่ทุกคนใฝ่ฝันที่จะมีโอกาสเข้าไปสัมผัสซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีชาวอาหรับการก่อสร้างของตึกเริ่มต้นก่อสร้างใน พ.ศ. 2537 แล้วเสร็จและเริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2542รูปทรงของตึกถูกสร้างให้เหมือนกับใบเรือของเรือใบแบบชาวอาหรับ ซึ่งตัวตึกมีเสา 2 เสาแยกออกมาเป็นรูปตัว V ในขณะที่ช่องว่างระหว่างตัว V ส่วนหนึ่งก็ปิดให้เป็นห้องใหญ่ๆ และแบ่งออกเป็นชั้นๆ สถาปนิกได้กล่าวว่า "สิ่งก่อสร้างนี้จะเป็นสัญลักษณ์ของเมืองดูไบซึ่งก็เหมือนกับ โอเปร่าเฮาส์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองซิดนีย์ หรือหอไอเฟลที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองปารีสและตึกบุรจญ์อัล อาหรับก็ต้องการกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองดูไบประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เช่นกัน"

จากนั้นนำท่านสู่ เมดิแนท จูไมร่า ซุค (Madinat Jumeirah Souk) ศูนย์การค้ารูปทรงอาหรับโบราณตั้งอยู่ติดริมทะเล หรือเรียกว่า เวนิสแห่งดูไบ เป็นตลาดติดแอร์ ตั้งอยู่ในส่วนเดียวกับโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว Mina Al Salam ของตระกูล Al Maktoum ออกแบบและตกแต่งเป็นศิลปะพื้นเมืองแบบอาหรับคลาสสิก ภายในมีสินค้าระดับ Premium มากมาย อาทิ ของที่ระลึก พวงกุญแจ ขวดทราย พรมอิหร่าน หัวน้ำหอม โคมไฟ ของประดับตกแต่งบ้าน ขนมหวาน และถั่วรสช็อกโกแลต เป็นต้น

นำท่าน นั่งรถ Monorail > เดินทางสู่โครงการเดอะปาล์ม THE PALM ซึ่งเป็นโครงการที่อลังการ สุดยอดโปรเจคส์โดยการถมทะเล ให้เป็นเกาะเทียมสร้างเป็นรูปต้นปาล์ม 3 เกาะ บนเกาะมีที่พักโรงแรม รีสอร์ท อพาร์ตเม้น ร้านค้า ภัตตาคาร รวมทั้งสำนักงาน ต่างๆนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก นำท่านชื่นชมความสวยงามของภูมิประเทศ และบรรยากาศรอบๆ โรงแรมนี้   Palm Island เป็นโครงการมหัศจรรย์ที่คิดค้นสำหรับรองรับการอยู่อาศัยในอนาคต สร้างโดยการนำทรายมาถมทะเลเป็นเกาะเล็กๆ รวม 301 เกาะ รูปร่างหากมองจากด้านบนรูปต้นอินทผลัม (The Palm) และ โครงการ The World จะเห็นเป็นรูปแผนที่โลก

กลางวัน

 
   

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เดินทางกลับสู่ โรงแรมที่พัก

หลังอาหารนำท่านกลับเข้าสู่โรงแรมที่พักเพื่อเตรียมตัวตลุยทะเลทรายในช่วงบ่าย

 

15.00

พร้อมกันที่ล๊อบบี๊  จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยรับท่าน ไปแคมป์ /ตะลุยทะเลทราย โดยบริการนี้จะอำนวยความสะดวกโดยการรับ-ส่งถึงโรงแรม ทัวร์ทะเลทราย””ท่านจะสนุกกับการนั่งรถตะลุยไปเนินทราย ตื่นเต้น พร้อมชมพระอาทิตย์ตก หลังจากนั้นนำท่านเข้าสู่ แค้มปิ้งกลางทะเลทราย โดยภายในมีกิจกรรมต่างๆให้ทุกท่านร่วมสนุก อาทิเช่น

  • Henna Tattoo (ทดลองศิลปะการเพนท์ลวดลายแบบฉบับชาวอาหรับ)
  • SHI SHA. (เครื่องสูบบารากู่ แบบฉบับของชาวอาหรับกลิ่นผลไม)
  • GALA BAYA... ให้ท่านแต่งกายพื้นเมืองแบบชาวอาหรับ ถ่ายรูปเก็บไว้ป็นที่ระลึก
  • ฟรี ไม่อั้นชิมชาอาหรับ, ผลไม้ตามฤดูกาล, กาแฟ, น้ำอัดลม, น้ำดื่ม         
  • การขี่อูฐ

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ แบบบาร์บีคิว ในท่ามกลางบรรยากาศทะเลทรายสบาย พร้อมโชว์ระบำหน้าท้อง(Belly Dance) จากสาวสวยชาวอาหรับกลางทะเลทราย

22.00 น.

เดินทางออกจากแคมป์ กลับสู่ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS หรือเทียบเท่า

วันที่

4

ดูไบ- DUBAI MUSEUM- GOLD SOUK- SPICE SOUK- Mall of Emirate

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำคณะเข้าเยี่ยม ชมพิพิธภัณฑ์ ดูไบ (DUBAI MUSEUM) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยที่สุดในตะวันออกกลาง สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 19 บูรณะครั้งล่าสุดปี ค.ศ.1970 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น การค้นพบ งานศิลป์ ในหลุมฝังศพที่ AL QUSAIS ที่มีอายุถึง 4,000 ปีและเรื่องราวการค้าขายมุก ในประวัติศาสตร์ก่อนการค้นพบน้ำมัน และท่านจะประทับใจกับการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาถ่ายทอดเพื่อบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอาหรับโบราณ

จากนั้นนำทุกท่านนั่ง เรือข้ามฝาก ABRA  ซึ่งเป็นพาหนะที่ชาวดูไบใช้กันมาแต่โบราณและยังคงอนุรักษ์ไว้ ข้ามฝั่งพาทุกท่านไปช้อปปิ้งที่ตลาดทอง

 
   

นำท่านเดินช้อปปิ้ง ตลาดทอง (GOLD SOUK) เป็นที่1ของตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลกขายทุกอย่างที่เป็น JEWELRY เช่น มุก อัญมณี ต่างๆร้านเล็กๆมากมายกว่าร้อยร้านค้าให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ ตลาดเครื่องเทศ (SPICE SOUK) คือ ตลาดเครื่องเทศทั้งตลาดตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศหลากหลายชนิดจากทั่วทุกมุมโลกจำพวกไม้หอม อบเชย ถั่ว กระวาน กานหลู และถั่วร้อยแปดชนิดจากทุกที่ในตะวันออกกลาง

กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ Red Lobster ซึ่งเป็นสาขาจากอเมริกา อยู่ที่ Dubai Mall เป็นอีกร้านหนึ่งที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่เพราะมี lobster เท่านั้น แต่ที่นั่ง outdoor จะมองเห็นตึก Burj Khalifa และการแสดงแสงสี และน้ำพุเต้นระบำตอนกลางคืนอีกด้วย คนจึงมักจอง outdoor เพื่อทาน lobster และดูการแสดงน้ำพุไปในตัว

 

 
   

นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองดูไบเพื่อขึ้นชมตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ BURJ KHALIFA (THE TALLEST TOWER IN THE WORLD) หรือเดิมชื่อ บุรจญ์ดูไบหนึ่งในสัญลักษณ์อันสำคัญของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อีกทั้งยังเป็นฉากเสี่ยงตายสำคัญของพระเอก “ ทอมครูซ” จากภาพยนตร์เรื่อง Mission Impossible 4 ซึ่งตึก มีความสูงถึง 828 เมตร ปัจจุบันมีทั้งหมด160 ชั้นเป็นตึกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลกตัวตึกได้ทำสถิติกลายมาเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง546 เมตรแซงตึกไทเป101 เรียบร้อย(สูงกว่าตึกไทเป101 ประมาณ 97 เมตร และสูงกว่าอาคารใบหยก2 ประมาณ 218 เมตร) ซึ่งได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่4 มกราคม พ.ศ.2553 และ เปลี่ยนชื่ออาคารจาก "บุรจญ์ดูไบ" เป็น "บุรจญ์เคาะลีฟะฮ์" เพื่อ เป็นเกียรติแก่ ท่านชีคค์อดีตประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ออกแบบโดยเอสโอเอ็ม ผู้ออกแบบเดียวกันกับเซียร์ทาวเวอร์ อาคารที่สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันการตกแต่งภายในจะตกแต่งโดยจอร์โจอาร์มานี Giorgio Armaniโดยเป็นโรงแรมอาร์มานีสำหรับ37 ชั้นล่างโดยชั้น45 ถึง108 จะเป็นอพาร์ตเมนต์โดยที่เหลือจะเป็นสำนักงานและชั้นที่123 และ 124 จะเป็นจุดชมวิวของตึกที่สำคัญ ส่วนบนของตึกจะเป็นเสาอากาศสื่อสารนอกจากนี้ชั้น 78 จะมีสระว่ายน้ำ กลางแจ้งขนาดใหญ่โดยตึกนี้จะติดตั้งลิฟต์ที่เร็วที่สุดในโลกที่ความเร็ว18 ม./วินาที (65 ก.ม./ชม.,40 ไมล์/ชม.)โดยลิฟต์ที่มีความเร็วสูงสุดอันดับที่ 2 ปัจจุบันอยู่ที่ตึกไทเป101ที่มีความความเร็ว 16.83 ม./วินาที

นำท่านช้อปปิ้งห้างดูไบมอลล์(Dubai Mall)เป็นศูนย์การค้าแห่งใหม่ล่าสุดของเมืองดูไบ โดยจำลองอาทิเช่น ห้าง Gallaria Lafayette ห้างชื่อดังของฝรั่งเศส ห้าง Bloomingdales อันยิ่งใหญ่จากอเมริกาเป็นศูนย์รวมแบรนด์เนมชั้นนำแนวหน้าจากทั่วทุกมุมโลก ท่านสามารถเลือกชมเทคโนโลยีล้ำสมัยของน้ำพุเต้นระบำที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีการจัดแสดงที่บริเวณหน้าห้างดูไบมอลล์ เริ่มตั้งแต่ 17.30-24.00น.โดยการแสดงจะเริ่มทุกๆ30นาทีจากจุดนี้ ถ่ายสามารถถ่ายรูปคู่กับตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ (BurjKhalifa) แบบเต็มตัวตึกอีกด้วย

ค่ำ

อิสระอาหารค่ำเพื่อสะดวกในการเลือกซื้อของภายในห้าง

20.00 น.

ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินดูไบ เพื่อเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ

22.30 น.

เหิรฟ้าสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน EMIRATES เที่ยวบิน EK374

วันที่

5

กรุงเทพฯ

07.35 น.

คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ ด้วยความประทับใจ

บอกต่อคนรู้จักของคุณ

สมัครรับข่าวสาร Pearl Vacation

รับรู้รายละเอียดและสิทธิิประโยชน์ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้กับระบบ

ติดตามเราเพิ่มเติมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค