Pearl ×

+662 291 7888

โปรแกรมทัวร์

WONDERFUL JORDAN (WY)

คืน

5

วัน

7

ราคาเริ่มต้น

48,888

สายการบิน

Oman Air (WY)

ทัวร์จอร์แดน

สัมผัสประสบการณ์ตรงจากไกด์ที่เก่งที่สุดในประเทศ ได้รับถ้วยรางวัลจากบุคคลสำคัญระดับโลก

คำแนะนำเพิ่มเติม

จุดเด่นของทัวร์เรา

  1. เราคือผู้บุกเบิกเส้นทางตะวันออกกลาง และประเทศจอร์แดนอย่างจริงจัง เป็นบริษัทฯแรกของไทยที่มียอดเป็นอันดับ 1 มาตลอด 10 ปี จึงมีช่วงเวลาและวันเดินทางให้คนเลือกได้มากกว่า
  2. รายการท่องเที่ยวที่จัดอย่างลงตัวเพื่อให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวคนไทยมากที่สุดไม่ต้องเดินทางย้อนไป ย้อนมา เที่ยวสบาย
  3. เราคือบริษัทฯของคนไทยที่มีรากฐานและดำเนินธุรกิจมานาน ท่านจึงมั่งใจได้ว่าเราจะสามารถ รับผิดชอบและดูแลท่านในกรณีที่เกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง
  4. เราเลือกโรงแรมที่มีความสะดวกสบาย ไม่ต้องย้ายโรงแรมที่พักทุกคืน นอนเพตร้า 1 คืน / นอนอคาบา 1 คืน / นอนที่กรุงอัมมานเมืองหลวง 2 คืน (ไม่นอนเดดซีเนื่องจากที่เดดซีไม่มีกิจกรรมอะไรน่าสนใจ มีแค่ทะเลเดดซีเท่านั้น ทำให้เราเสียเวลาเปลี่ยน โรงแรมและยังพลาดโอกาส ในการ SHOPPING ที่มีทางเลือกมากมายที่กรุงอัมมาน)
  5. เราใช้โรงแรม ระดับ 4 ดาว  ทั้งที่อัมมาน – อควาบา – และเพตรา

N/A

วันที่

1

สนามบินสุวรรณภูมิ- โอมาน MCT - อัมมาน AMM

11.00 น.

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ หน้าเคาน์เตอร์ สายการบิน OMAN AIR ชั้น 4 แถวQ พร้อมเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับ

14.20 น.

ออกเดินทางสู่มัสกัต MCT โดยสายการบิน OMAN AIR เที่ยวบินที่ WY812 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ที่นั่งบนเครื่อง 3-3-3

 

17.40 น.

เดินทาง ถึงสนามบินประเทศโอมาน (MCT มัสกัต) (ใช้เวลาในการเดินทาง 6 ชั่วโมง) เวลาที่มัสกัต ช้ากว่าไทย -3 ชั่วโมง  (แวะเปลี่ยนเครื่อง 2 ชั่วโมง 50 นาที สู่อัมมาน )

21.45 น.

ออกเดินทางสู่ AMM (อัมมาน ควีนอาเลีย) โดยสายการบิน OMAN AIR เที่ยวบินที่ WY411 (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 50 นาที) มีแซนวิส น้ำผลไม้ กาแฟ ชา ให้บริการบนเครื่อง

 

23.40 น.

คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติ QUEEN ALIA ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ด้าน  VISA มาคอยอำนวยความสะดวกแก่คณะทัวร์  (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) หลังจากรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ออกจากประตูไป ทางด้านซ้ายมือ ท่านสามารถแลกเงิน,ซื้อSIM INTERNET ได้เลย

ราคา ณวันที่ 6 JUN 18 ล่าสุด // ราคาขึ้นอยู่กับ GB ความแรงของเน็ต -INTERNET BUNDLE  6GB = 17 USD , 12GB = 19 USD , 18GB = 22 USD 

หลังจากนั้น นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก (แวะซื้อของที่ ซุปเปอร์มารเก็ต ก่อนเข้าสู่โรงแรมที่พัก )

นำท่านเข้าพักโรงแรม ระดับ 4 ดาว SADEEN AMMAN HOTEL@AMMAN หรือเทียบเท่า

วันที่

2

อัมมาน – เจอราช- อัจลุน– เพตรา

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เช้านี้นำท่านเดินทางสู่นครเจอราช

ชมนครเจอราช(JERASH)หรือเมืองพันเสาเป็นอดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล เดิมทีในอดีตเมืองแห่งนี้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749 นครแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำลาย และถูกฝังกลบโดยทรายหลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปี


ชมซุ้มประตูกษัตรย์เฮเดรียนและสนามแข่งม้าฮิปโปโดรม นำท่านเดินเข้าประตูทางทิศใต้ชม โอวัลพลาซ่า สถานที่ชุมนุม พบปะ สังสรรค์ของชาวเมือง, วิหารเทพซีอุสฯลฯโรงละครทางทิศใต้(สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92) จุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์ เพียงพูดเบา ๆ ก็จะมีเสียงสะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา ชมวิหารเทพีอาร์เทมิส เป็นเทพีประจำเมืองเจอราช สร้างในราวปี ค.ศ. 150 สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับทำพิธีบวงสรวง และบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง ชั้นใน

 

 
   

นำท่านเดินเข้าสู่ถนนคาร์โด หรือ ถนนโคลอนเนด ถนนสายหลักที่ใช้เข้า-ออกเมืองแห่งนี้ บนถนนนั้นยังมีริ้วรอยทางของล้อรถม้า, ฝาท่อระบายน้ำ, ซุ้มโคมไฟ, บ่อน้ำดื่มของม้า ชมน้ำพุใจกลางเมือง (NYMPHAEUM) สร้างในราวปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด และตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุฯลฯ

 

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน  ณ  ร้านอาหาร

จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมืองอัจลุน อยู่ทางด้านเหนือของเมืองเจอราชไปเล็กน้อยเมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาสู่ ที่ห้อมล้อมไปด้วยป่าต้นสนและต้นมะกอก ชมปราสาทแห่งเมืองอัจลุนถูกสร้างโดยพวกนักรบมุสลิม ในปี ค.ศ. 1184 -1185 ใช้เป็นป้อมทหารในการต่อสู้รบกับพวกนักรบครูเสด และในปี ค.ศ. 1260 ถูกเข้าทำลายโดย กองทัพมองโกลส์

ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่เมืองเพตรา

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ  ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าพักโรงแรม ระดับ 4 ดาว PETRA PANORAMA HOTEL@ PETRA หรือเทียบเท่า

วันที่

3

เพตรา -วาดิรัม- JEEP TOUR - AQABA

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน ชมเมืองเพตร้า (ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี ค.ศ. 1985 และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่ จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์ 07/ 07/ 07) เมืองเพตร้า มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI MUSA)

มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดินแดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อน นาบาเทียนในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล และได้เข้ามาสร้างอาณาจักร, บ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค.ศ. 106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำโดยกษัตริย์ทราจันและได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก นครเพตร้าถึงคราวล่มสลายเมื่อหมดยุคของอาณาจักรโรมันทำให้ชาวเมืองนั้นละทิ้งบ้านเมืองจากกันไปหมดทิ้งให้เมืองแห่งนี้รกร้างไปพร้อมกับการพังทลายของเมืองหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งจนสูญหายนับพันปีจวบจนในปี ค.ศ. 1812 นักสำรวจเส้นทางชาวสวิส นายโจฮันน์ลุดวิกเบิร์กฮาดท์ได้ค้นพบนครศิลาแห่งนี้ และนำไปเขียนในหนังสือชื่อ TRAVEL IN SYRIA จนทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่าแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน (ทุกท่านสามารถขี่ม้าภายในเส้นทางที่ม้าเดินในเพตราได้ ซึ่งรวมอยู่ในค่าบัตรแล้ว เพียงแต่ต้องจ่ายค่าทิปแก่คนจูงม้า ท่านละ 5 USD ต่อท่าน /ต่อเที่ยว หรือแล้วแต่การต่อรองราคา กับคนจูงม้ากรณีอยากขี่ลา, ขี่อูฐ, รถม้าลาก ฯลฯ สอบถามโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่หรือสอบถามที่หัวหน้าทัวร์) ระยะทางที่เดินเข้าไปในเพตรา ประมาณ  800 เมตร บนถนนทรายเพื่อตรงเข้าสู่หน้าเมืองพร้อมชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่ง ธารน้ำ คลังสมบัติ ภูเขาทั้งสองฝั่งที่มีรูปร่างหน้าตาต่างกันออกไป นำท่านเดินเท้าเข้าสู่ถนนเข้าเมือง THE SIQ เป็นช่องทางเดินที่ขนาบสองฝั่งด้วยหน้าผา กว่า 1.5 กิโลเมตรที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน ส่วนใหญ่ทางเดินร่มๆ สบายๆ (ทางเดินค่อนข้างลาดลง ไม่เหนื่อย ระหว่างทางก็มีมุมสวยๆ ให้เก็บภาพเรื่อยๆ และมีบรรดาคนมาขายของที่ระลึก เดินชมความสวยงามของผาหินสีชมพูสูงชันทั้ง 2 ข้างคล้ายกับแคนยอนน้อย ๆ และ สิ่งก่อสร้าง รูปปั้นแกะสลัก ต่างๆ

มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์ (EL-KHAZNEH / TREASURY) สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวศตวรรษที่
1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้นเป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อิยิปต์, กรีก, นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบด้วย 3 ห้อง คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลางและห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวาเดิมทีถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรห์อิยิปต์   
 

ชมโรงละครโรมัน (ROMANTHEATRE)ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลได้อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียนต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครองได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน /อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพตร้า

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน  ณ ร้านอาหาร

หลังรับประทานอาหารแล้ว นำท่านเดินทางสู่ ทะเลทรายวาดิรัม (WADI RUM) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาทีในการเดินทาง ทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวาน จากประเทศซาอุฯเดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ (เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาบาเทียนก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานไปสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เมืองเพตร้า) ในศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ระหว่างปีค.ศ. 1916–1918 ทะเลทรายแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการรบของนายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอว์เรนซ์และเจ้าชายไฟซาล ผู้นำแห่งชาวอาหรับร่วมรบกันขับไล่พวกออตโตมันที่เข้ามารุกรานเพื่อครอบครองดินแดนและต่อมายังได้ถูกใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA”(และในปี ค.ศ.1963 สามารถกวาดรางวัลออสการ์ได้ถึง 7 รางวัล และรางวัลจากสถาบันอื่นๆ มากกว่า30 รางวัล นำแสดงโดย PETER O'TOOLE, OMAR SHARIF


 

นำท่านนั่งรถกระบะเปิดหลังคารับบรรยาอากาศท่องทะเลทราย ที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนี่ง ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดง อันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล (สีของเม็ดทราบนั้นปรับเปลี่ยนไปตามแสงของดวงอาทิตย์) ชมน้ำพุแห่งลอว์เรนซ์ สถานที่ในอดีตนายทหาร ทีอี ลอว์เรนซ์ ทหารชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พักและคิดแผนการสู้รบกันพวกออตโตมัน

 

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ กลางทะเลทราย CAMP WADI RUM
หลังจากมื้ออาหารอันแสนอร่อยแล้ว นำทุกท่าน กลับสู่เมือง อควาบา ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ  50 นาที
สู่เมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประเทศจอร์แดนเป็นเมืองแห่งเดียวของประเทศจอร์แดนที่ถูกประกาศให้เป็นเมืองปลอดภาษีมีประชากรอาศัยราว 70,000 คน

นำท่านเข้าพักโรงแรม CITY TOWER HOTEL@AQABA ระดับ 4 หรือเทียบเท่า

วันที่

4

อควาบา AQABA – เรือท้องกระจก –เครัคหรือโชบัค – อัมมาน

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทาง สู่เมืองอควาบา เมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประเทศจอร์แดนเป็นเมืองแห่งเดียวของประเทศจอร์แดนที่ถูกประกาศให้เป็นเมืองปลอดภาษีมีประชากรอาศัยราว 70,000 คน

นำท่านลง เรือท้องกระจก (GLASS BOAT) น้ำทะเลที่นี่ใสมาก แต่ด้วยความลึกและการมองผ่านกระจกหนาจึงทำให้ดูปะการังและซากเรือไม่ค่อยชัดมาก นำท่านแล่นสู่จุดที่ชมปะการัง ลึกแค่ประมาณ  5 -6 เมตร ส่วนจุดเรือจมลึกประมาณ 27 เมตร ปะการังโดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีสีสรร  สัตว์ทะเล  เช่น ปลาสิงโต ปลานกแก้ว Goby fish ปลิงทะเล หอยเม่น  และยังเป็นแหล่งดำน้ำลึกที่มีชื่อเสียง ทะเลที่มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศ คือ ประเทศจอร์แดน, อิสราเอล, อิยิปต์และ ซาอุดิอาระเบีย ชมความใสของน้ำทะเล, ปะการัง, ปลาทะเลหลากชนิด, เม่นทะเล, แมงกะพรุน ฯลฯ (ทะเลแดงเป็นทะเลแห่งประวัติสาสตร์ ที่ได้มีการกล่าวขานในพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ว่าทะเลแห่งนี้เป็นสถานที่โมเสสได้ทำอัศจรรย์โดยการชูไม้เท้าแหวกทะเลแดงเป็นทางเดินพาชาวอิสราเอลหนีให้รอดพ้นจากการตามล่าของทหารอิยิปต์ เพื่อจับไปเป็นทาสของอียิปต์และจุดมุ่งหมายเพื่อเดินทางไปสู่แผ่นดินแห่งพันธะสัญญาที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้กับชาวอิสราเอล นั่นคือก็คือกรุงเยรูซาเลมในปัจจุบัน)  *** หมายเหตุ ทุกท่านสามารถ ลงดำน้ำดูปะการังได้ เตรียมเสื้อไปเปลี่ยนด้วยน่ะค่ะ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและกัปตันเรือ ***

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน BBQ บนเรือ อาหารเที่ยงแบบบุฟเฟ่ต์บนเรือ มีทั้งปลา ไก่ และแกะบาร์บีคิว ทานกับผักสลัดและแป้งโรตี

จากอควาบาเดินทางสู่เครัค ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ปราสาทเครัคจะปิดประมาณ 5 โมง
เราจึงนำท่านเที่ยวปราสาทครูเสดโชบัคแทน ซึ่งมีความสำคัญและลักษณะปราสาทคล้ายๆกัน แต่ท่านจะเห็นบ้าน
ใต้ถ้ำในสมัย 60 กว่าปีที่ผ่านมา บริเวณ นั้นๆ
นำท่านสู่ SHOUBAK ปราสาทครูเสดโชบัค หรือที่รู้จักกันในพวกนักรบครูเสดชื่อ มอนทรีลแห่ง ตะวันออก (MONTREAL) สร้างขึ้นโดยกษัตร์บอลด์วินที่ 1 แห่งเยรูซาเลม ในปี ค.ศ. 1115 เพื่อใช้เป็นป้อม ปราการควบคุมเส้นทางกองคาราวานที่จะเดินทางจากดามัสกัสไปอิยิปต์ ในอดีตเมืองแห่งนี้มีชาวคริสต์อาศัยอยู่ ราว 6,000 คน และในปี ค.ศ. 1189 ได้ถูกทำลายลงโดยนักรบมุสลิมภายใต้การนำทัพของ ซาลาดิน (SALADIN) บริเวณข้างล่าง หรือเขาข้างปราสาทโชบัค ท่านสามารถมองเห็นบ้านช่อง สภาพการอยู่ภายในถ่ำหลงเหลืออยู่

หมายเหตุ  กรณีที่ออกจากอควาบาไว และสามารถตีไปทันปราสาทเครัค เราจะนำท่านเที่ยวเครัค

ตามเดิม    จากนั้นนำท่าน สู่เมืองเครัค ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงขนาดใหญ่ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามข้างทางระหว่างทางขึ้นสู่เขา โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกเรียกขานกันว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน” "AL KARAK CASTLE’’”ปราสาทเครัค ตั้งอยู่ที่เมืองเครัค ทางตอนกลางของประเทศจอร์แดน นับเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในช่วงยุคสงครามครูเสด จากประวัติศาสตร์สงครามครูเสดเป็นสงครามระหว่างคริสเตียนจากยุโรปและชาวมุสลิมซึ่งยึดครองพื้นที่แถบนี้รวมทั้งนครเยรูซาเล็ม นครศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ของศาสนาอับราฮัมหลักทั้งสาม (ศาสนายูดาย ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม) โดยชาวคริสต์ต้องการฟื้นฟูการเข้าถึงที่ศักดิ์สิทธิ์ในและใกล้เยรูซาเล็มปราสาทเครัคแห่งนี้สร้างในศตวรรษที่ 12 ปี ค.ศ. 1115 โดย King Baldwin ที่ 1 แห่งเยรูซาเลม เพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการควบคุมกองคาราวานในเส้นทางการค้าขายที่เชื่อกับประเทศอียิปต์ไปยังกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหิน กำแพงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาโค้งยาว แล้วก็เจาะร่องแสงเล็กๆ ลักษณะแบบนี้ทำให้ง่ายต่อการป้องกันศัตรูปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ยังคงเหลือโครงสร้างที่สมบูรณ์ การแวะเยี่ยมชมที่นี่ ทำให้เราได้เห็นมุมมองของการทำสงครามสมัยประวัติศาสตร์ (ครูเสด) 

นำท่านเดินทางกลับ สู่กรุงอัมมาน

ค่ำ

บริการอาหาร ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าพักโรงแรมระดับ 4 ดาว SADEEN AMMAN HOTEL @AMMAN หรือเทียบเท่า

วันที่

5

อัมมาน –มาดาบา –MOUNT NEBO - ทะเล Dead Sea – อัมมาน

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองมาดาบา (ประมาณ 50 กิโลเมตร)  อดีตเส้นทางสำคัญสมัยโรมัน ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งเยรูซาเล็ม และเมืองแห่งเรื่องราวของโมเสสที่สำคัญทางหน้าประวัติศาสตร์ของศาสนายูดา, คริสต์ และอิสลาม ยังเป็นศูนย์กลางที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำโมเสก เป็นศิลปะการตกแต่งด้วยชิ้นแก้ว, หิน, หรือกระเบื้องชิ้นเล็กๆ ซึ่งใช้ในการตกแต่งมหาวิหาร หรือในปัจจุบันใช้ประยุกต์ในการตกแต่งบ้านเรือนหรือ เมืองแห่งโมเสก ชม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ ถูกสร้างในราวปี ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์ ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิสิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3  ล้านชิ้นแสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ

นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาเมาท์เนโบ MOUNT NEBO มีความสูง 817 เมตร จากระดับน้ำทะเล เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ฝังศพของโมเสส ผู้นำชาวยิวส์ที่เดินทางจากอิยิปต์มายังเยรูซาเลม และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของจอร์แดน ที่แห่งนี้เป็นสถานที่สุดท้ายของโมเสส ก่อนจะชี้ทางให้ผู้สืบทอดนำพาผู้คนไปยังดินแดนพันธสัญญา ในประเทศอิสราเอลปัจจุบัน เมื่อยืนอยู่บนยอดเขาจะมองไปเห็นดินแดนแห่งพันธะสัญญา THE PROMISED LAND  ที่โมเสสเคยเห็นบนยอดเขานี้ และเป็นที่จาริกแสวงบุญของชาวคริสต์มาแต่โบราณ และโบสถ์บนยอดเขาได้ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่สี่เพื่อเป็นการบ่งชี้จุดที่คาดว่าโมเสสเสียชีวิต   MOUNT NEBOยังเคยเป็นสถานที่มาเยือนของสันตะปาปา ของศาสนาคริสต์ โดยสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ได้มาแวะพำนักที่นี่ ระหว่างการเดินทางไปเยือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และได้ปลูกต้นมะกอก สัญญลักษณ์ของสันติภาพไว้ข้างๆโบสถ์ไบแซนไทน์ด้วย

ชมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ภายในเก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณนี้ พร้อมทั้งมีภาพถ่ายต่าง ๆ ภาพถ่ายที่สำคัญคือภาพที่โป๊บ จอห์น ปอลที่ 2 เสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 2000ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู   เชิญถ่ายรูป ณ จุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเจอริโก และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน

จากนั้นนำท่านเดินทาง เดดซี

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม (บุฟเฟ่ต์ INTERNATIONAL) จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ทะเลเดดซี (DEAD SEA) ทะเลสาบเดดซีตั้งอยู่พรมแดนระหว่างอิสราเอลและจอร์แดน เกิดจากน้ำที่ไหลมาจากลำธารในจอร์แดน มีส่วนผสมของโซเดียมและแมกนีเซียม ทำปฏิกิริยากับน้ำพุร้อนที่อยู่ ด้านล่างทะเลสาบ โดยมีความเค็ม มากกว่าทะเลอื่นถึง 4 เท่า มีความยาว 76 กิโลเมตร กว้างถึง 18 กิโลเมตร มีจุดลึก ที่สุดคือ 400 เมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 417.5 เมตร นับเป็นพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลก น้ำในทะเลเดดซีมีความหนาแน่นมาก มีเกลือละลายในน้ำถึง 25% จึงทำให้วัตถุลอยเหนือน้ำ แม้แต่คนว่ายน้ำไม่เป็นก็ ลอยตัวได้ในเดดซีและถูกบันทึกลงในหนังสือ กินเนสส์ ว่า เป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลก เชิญท่าน อิสระในการลงเล่นน้ำทะเลและพิสูจน์ ความจริงว่าท่านลอยตัวได้จริงหรือไม่ (การลงเล่นน้ำในทะเลนั้นมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่างๆ ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์)

นำท่านเดินทางเข้า สู่กรุงอัมมาน ระหว่างทางแวะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเดดซี เช่น โคลนพอกตัว พอกหน้า สบู่ และสินค้าอื่นที่ทำจากเดดซีอีกมากมาย จากนั้นเดินทางต่อสู่กรุงอัมมาน

ค่ำ

บริการอาหาร ณ  โรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าพักโรงแรมระดับ 4 ดาว SADEEN AMMAN HOTEL @AMMAN หรือเทียบเท่า

วันที่

6

AMMAN CITADEL – ROMANS THEATER - ห้าง CITY MALL-CARREFOUR - โอมาน

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางชมDESERT CASERT กลุ่มปราสาทในทะเลทราย (DESERT CASTLES) 1 ใน 2 มรดกโลกของประเทศจอร์แดน สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการพักของกองคาราวาน, ชมป้อมปราการกลางทะเลทราย ซึ่งเป็นตัวอย่างของศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบอิสลามยุคต้น ๆ ที่สวยงาม มีการใช้ศิลปะโมเสก เฟรสโก การแกะสลักบนหินและพื้นปูน รวมทั้งภาพวาด ป้อมเหล่านี้ถูกใช้เป็นจุดพักของกองคาราวาน เพื่อการเกษตรและ เป็นศูนย์กลางการค้า ใช้กางเต็นท์เพื่อพักอาศัยและยังเป็นปราการให้กับผู้ปกครองจากมณฑลที่ห่างไกล ใช้ควบคุมดูแลเผ่าเบดูอิน และยังเป็นสถานบันเทิง และป้องกันศึกสงครามครูเสด

นำท่าน ชมรอบเมืองหลวงกรุงอัมมาน เมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนภูเขา7ลูกและมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 6,000 ปีผ่านชมย่านเมืองเก่า,เมืองใหม่,ย่านธุรกิจ,ตลาดใจกลางเมือง,ย่านคนรวย ฯลฯ

 

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

ชมป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (CITDAEL) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้าน การเมืองต่างๆรอบเมืองเชิญอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้ โดยมีฉากหลังเป็น โรละครโรมัน ROMANSTHEATER ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์แดนจุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงอันแปลกตายิ่งนักที่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 161-180 ในสมัยโรมัน พระราชวังเก่าอุมเมยาด สร้างขึ้นในประมาณปี ค.ศ. 720 โดยผู้นำชาวมุสลิม ของราชวงศ์ ในสมัยมุสลิมได้เข้ามาปกครองประเทศจอร์แดนซึ่งภายในประกอบห้องทำงาน, ห้องรับแขกฯลฯ

ผ่านชมพระราชวังของพระมหากษัตริย์ อับดุลลาห์ที่สอง (RAGHADAN PALACE),ที่ตั้งอยู่บนภูเขามีทำเลที่สวยงามมากที่สุดในกรุงอัมมาน และมีทหารคอยเฝ้าดูแลตรวจตราอย่างเข้มงวด ปล่อยช้อปปิ้งตลาดพื้นเมืองตามอัธยาศัย
 

ค่ำ

บริการอาหารเย็น  ณ ร้านอาหาร

19.00 น.

นำทุกท่านอำลา จอร์แดน เดินทางสู่สนามบิน CHECK IN GROUP   สู่ท่าอากาศยานนานาชาติควีนอเลียอัมมาน AMM (โดยจะมีเจ้าหน้าที่ VISA เมื่อตอนขามาอำนวยความสะดวกแต่ท่าน)

วันที่

7

โอมาน – กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ

01.45 น.

ออกเดินทางสู่สนามบิน ประเทศโอมานโดยสายการบิน OMAN AIR เที่ยวบินที่ WY412

06.40 น.

เดินทางถึงสนามบินประเทศโอมาน (มัสกัต MCT) เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

09.05 น.

ออกเดินทางกลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน OMAN AIR เที่ยวบินที่ WY815

17.45 น.

เดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิ์ภาพและความประทับใจ มิรู้ลืมเลือน

บอกต่อคนรู้จักของคุณ

สมัครรับข่าวสาร Pearl Vacation

รับรู้รายละเอียดและสิทธิิประโยชน์ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้กับระบบ

ติดตามเราเพิ่มเติมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค