Pearl ×

+662 291 7888

โปรแกรมทัวร์

WONDERFUL JORDAN

คืน

4

วัน

7

ราคาเริ่มต้น

47,888

สายการบิน

OMAN AIR (WY)

ทัวร์จอร์แดน

สัมผัสประสบการณ์ตรงจากไกด์ที่เก่งที่สุดในประเทศ ได้รับถ้วยรางวัลจากบุคคลสำคัญระดับโลก

1.     เราคือผู้บุกเบิกเส้นทางตะวันออกกลางและประเทศจอร์แดนอย่างจริงจัง เป็นบริษัทฯแรกของไทยที่มียอดเป็นอันดับ1 มาตลอด 10 ปี จึงมีช่วงเวลาและวันเดินทางให้คนเลือกได้มากกว่า

2.     รายการท่องเที่ยวที่จัดอย่างลงตัวเพื่อให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวคนไทยมากที่สุดไม่ต้องเดินทางย้อนไป ย้อนมา เที่ยวสบาย

3.     เราคือบริษัทฯของคนไทยที่มีรากฐานและดำเนินธุรกิจมานาน ท่านจึงมั่งใจได้ว่าเราจะสามารถ รับผิดชอบและดูแลท่านในกรณีที่เกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง

4.     เราเลือกโรงแรมที่มีความสะดวกสบาย ไม่ต้องย้ายโรงแรมที่พักทุกคืน นอนเพตร้า 1 คืน / นอนอคาบา 1 คืน / นอนที่กรุงอัมมานเมืองหลวง 2 คืน(ไม่นอนเดดซีเนื่องจากที่เดดซีไม่มีกิจกรรมอะไรน่าสนใจ มีแค่ทะเลเดดซีเท่านั้น ทำให้เราเสียเวลาเปลี่ยนโรงแรมและยังพลาดโอกาส Shopping ที่มีทางเลือกมากมายที่กรุงอัมมาน)

5.     เรายังเป็นเจ้าของโรงแรม ระดับ 4 และ 5 ดาว ทั้งที่อัมมาน – อควาบา – และเพตร้า และ รถโค้ชปรับอากาศ มากกว่า 300 คัน เป็นการการันตีถึงคุณภาพและราคาที่จะไม่มีบริษัทฯใด ให้คุณได้มากกว่าแน่นอน

วันที่

1

สนามบินสุวรรณภูมิ-โอมาน

12.30 น.

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ หน้าเคาน์เตอร์สายการบิน Oman Air ชั้น4 แถวQพร้อมเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับ

Image result for oman air Image result for oman air

15.10 น.

ออกเดินทางสู่ อาบูดาบี้ โดยสายการบิน Oman Air เที่ยวบินที่ WY812(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

18.10 น.

เดินทางถึงสนามบินประเทศโอมาน เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

20.50 น.

ออกเดินทางสู่กรุงอัมมาน โดยสายการบิน Oman Air เที่ยวบินที่ WY411

23.55 น.

คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติQUEEN ALIAณกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดนหลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)

นำท่านเข้าพักโรงแรม ระดับ 4 ดาว GOLDEN TULIPHOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่

2

อัมมาน –มาดาบา – เมาท์เนโบ – เครัค – อควาบา

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมือง มาดาบาหรือ เมืองแห่งโมเสก ชมโบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จถูกสร้างในราวปี ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์ ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิสิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3 ล้านชิ้นแสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ นำท่านเดินทางชมเมาท์เนโบดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเขาซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นบริเวณที่เสียชีวิตและฝังศพของโมเสส ผู้นำชาวยิวส์เดินทางจากอิยิปต์มายังเยรูซาเลมชมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ภายในเก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณนี้ พร้อมทั้งมีภาพถ่ายต่าง ๆ ภาพถ่ายที่สำคัญคือภาพที่โป๊บ จอห์น ปอลที่ 2 เสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 2000ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู   เชิญถ่ายรูป ณ จุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเจอริโก และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน

 

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

จากนั้นนำท่านสู่เมืองเครัคซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงขนาดใหญ่ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามข้างทางระหว่างทางขึ้นสู่

เขา โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกเรียกขานกันว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน” ชม ปราสาทเครัคแห่งครูเสด (KERAK)สร้างใน

ปี ค.ศ. 1142 โดย ผู้ปกครอง PAYEN LE BOUTIELLER ในอดีตเป็นเมืองศูนย์กลางขนาดใหญ่ของนักรบครูเสดและสร้างเพื่อ

ควบคุมเส้นทางทั้งทางเหนือและใต้และใช้ในการต่อสู้ในสงครามครูเสดกับกองทัพมุสลิมจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1187 ได้ถูกเข้า

ทำลายโดยนักรบมุสลิมภายใต้การนำทัพของ ซาลาดิน (SALADIN)   นำท่านเดินทางสู่เมืองอควาบาเมืองท่าและเมืองท่องเที่ยว

ตากอากาศที่สำคัญของประเทศจอร์แดนเป็นเมืองแห่งเดียวของประเทศจอร์แดนที่ถูกประกาศให้เป็นเมืองปลอดภาษีมีประชากร

อาศัยราว 70,000 คน

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (บุฟเฟ่ต์INTERNATIONAL)

นำท่านเข้าพักโรงแรม ระดับ 4 ดาว GOLDEN TULIPHOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่

3

อคาบา –วาดิรัม– เพตรา

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านลงเรือท้องกระจก  (GLASS BOAT)แล่นในทะเลแดง ทะเลที่มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศ คือ ประเทศจอร์แดน, อิสราเอล, อิยิปต์และ ซาอุดิอาระเบีย ชมความใสของน้ำทะเล, ปะการัง, ปลาทะเลหลากชนิด, เม่นทะเล, แมงกะพรุน ฯลฯ(ทะเลแดงเป็นทะเลแห่งประวัติสาสตร์ ที่ได้มีการกล่าวขานในพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ว่าทะเลแห่งนี้เป็นสถานที่โมเสสได้ทำอัศจรรย์โดยการชูไม้เท้าแหวกทะเลแดงเป็นทางเดินพาชาวอิสราเอลหนีให้รอดพ้นจากการตามล่าของทหารอิยิปต์เพื่อจับไปเป็นทาสของอียิปต์ และจุดมุ่งหมายเพื่อเดินทางไปสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญาที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้กับชาวอิสราเอล นั่นคือก็คือกรุงเยรูซาเลมในปัจจุบัน)

เที่ยง

บริการอาหารแบบบาร์บีคิวบุฟเฟต์บนเรือ พร้อมชมทัศนียภาพและบรรยากาศของทะเลแดง

บ่ายนำท่านเดินทางสู่ ทะเลทรายวาดิรัม(WADI RUM) ทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุฯเดินทาง

ไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์(เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาบาเทียนก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานไปสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่

เมืองเพตร้า)ในศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ระหว่างปีค.ศ. 1916–1918 ทะเลทรายแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการรบ

ของนายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอว์เรนซ์และเจ้าชายไฟซาลผู้นำแห่งชาวอาหรับร่วมรบกันขับไล่พวกออตโตมันที่เข้ามารุกราน

เพื่อครอบครองดินแดนและต่อมายังได้ถูกใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง“LAWRENCE

OF ARABIA”  (และในปี ค.ศ.1963 สามารถกวาดรางวัลออสการ์ได้ถึง 7 รางวัล และรางวัลจากสถาบันอื่นๆ มากกว่า 30

รางวัล นำแสดงโดย Peter O'Toole, Omar Sharifฯลฯ)นำท่านนั่งรถกระบะเปิดหลังคารับบรรยาอากาศท่องทะเลทรายที่ถู 

กล่าวขานว่าสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนี่ง ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดงอันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล (สีของเม็ดทราบ

นั้นปรับเปลี่ยนไปตามแสงของดวงอาทิตย์)ชมน้ำพุแห่งลอว์เรนซ์ สถานที่ในอดีตนายทหาร ทีอี ลอว์เรนซ์ ทหารชาวอังกฤษใช้

เป็นสถานที่พักและคิดแผนการสู้รบกันพวกออตโตมัน

นำท่านท่องทะเลทรายต่อไปยังภูเขาคาซารีชมภาพเขียนแกะสลักก่อนประวัติศาสตร์ที่เป็นภาพแกะสลักของชาวนาบาเทียนที่แสดงถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่างๆ และรูปภาพต่าง ๆ  ผ่านชมเต็นท์ชาวเบดูอินที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย(เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการให้ทิปท่านละ 2USD แก่คนขับรถ)

ค่ำ

พิเศษ!!!   ทานอาหารมื้อค่ำรอบกองไฟกลางทะเลทรายในแคมป์ของชาวเบดูอิน (อาหารบุฟเฟ่ต์ พื้นเมือง) // ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่เพตรา

วันที่

4

เพตรา –เครัค - กรุงอัมมาน

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน ชมเมืองเพตร้า (ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี ค.ศ. 1985 และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่ จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์ 07/ 07/ 07)

เมืองเพตร้า มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI MUSA) มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดินแดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อน นาบาเทียนในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล – ปี ค.ศ 100และได้เข้ามาสร้างอาณาจักร, บ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค.ศ. 106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำโดยกษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก นครเพตร้าถึงคราวล่มสลายเมื่อหมดยุคของอาณาจักรโรมันทำให้ชาวเมืองนั้นละทิ้งบ้านเมืองจากกันไปหมดทิ้งให้เมืองแห่งนี้รกร้างไปพร้อมกับการพังทลายของเมืองหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งจนสูญหายนับพันปีจวบจนในปี ค.ศ. 1812 นักสำรวจเส้นทางชาวสวิส นาย โจฮันน์ลุดวิกเบิร์กฮาดท์ได้ค้นพบนครศิลาแห่งนี้ และนำไปเขียนในหนังสือชื่อTRAVEL IN SYRIA”จนทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่าแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน

นำท่าน ขี่ม้า(รวมอยู่ในค่าบริการแล้ว และเป็นธรรมเนียมที่ต้องมีค่าทิปให้แก่คนจูงม้าท่านละ 3 USD ต่อท่าน ต่อเที่ยว แต่ไม่รวมค่าขี่ลา, ขี่อูฐ, รถม้าลาก ฯลฯ สนใจกรุณาติดต่อที่หัวหน้าทัวร์) ประมาณ 800 เมตรบนถนนทรายเพื่อตรงเข้าสู่หน้าเมืองพร้อมชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่งนำท่านเดินเท้าเข้าสู่ถนนเข้าเมืองSIQ เส้นทางมหัศจรรย์กว่า 1.5 กิโลเมตรที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน เดินชมความสวยงามของผาหินสีชมพูสูงชันทั้ง 2 ข้างคล้ายกับแคนยอนน้อย ๆ และสิ่งก่อสร้าง รูปปั้นแกะสลักต่างๆ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ, รูปกองคาราวานอูฐ, รูปชาวนาบาเทียน, ท่อส่งลำเลียงน้ำเข้าสู่เมือง ฯลฯ สุดปลายทางของช่องเขาพบกับความสวยงามของ มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์ (EL-KHAZNEH / TREASURY) สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวศตวรรษที่1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น เป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อิยิปต์, กรีก, นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบด้วย 3 ห้อง คือห้องโถงใหญ่ตรงกลาง และห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวาเดิมทีถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรห์อิยิปต์แต่ภายหลังได้มีการขุดพบทางเข้าหลุมฝังศพที่หน้าวิหารแห่งนี้ทำให้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีได้ลงความเห็นตรงกันว่า น่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับผู้ปกครองเมือง, ใช้เป็นสถานที่ทำพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นสุสานฝังศพของผู้ปกครองเมืองและเครือญาติ เดิมชมสุสานต่างๆ ของชาวนาบาเทียน, สุสานกษัตริย์ ฯลฯ

ชมโรงละครโรมัน(ROMAN THEATRE) ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลย์ได้อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียน ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครอง ได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน / อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพตร้า

 

 

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

 

บ่าย

จากนั้นนำท่านสู่เมืองเครัคซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงขนาดใหญ่ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามข้างทางระหว่างทางขึ้นสู่เขา โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกเรียกขานกันว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน” ชม ปราสาทเครัคแห่งครูเสด (KERAK)สร้างในปี ค.ศ. 1142 โดย ผู้ปกครอง PAYEN LE BOUTIELLER ในอดีตเป็นเมืองศูนย์กลางขนาดใหญ่ของนักรบครูเสดและสร้างเพื่อควบคุมเส้นทางทั้งทางเหนือและใต้และใช้ในการต่อสู้ในสงครามครูเสดกับกองทัพมุสลิมจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1187 ได้ถูกเข้าทำลายโดยนักรบมุสลิมภายใต้การนำทัพของ ซาลาดิน (SALADIN)

นำท่านเดินทางกลับ สู่กรุงอัมมาน / ระหว่างทางแวะซื้อของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ในร้านค้าท้องถิ่น

 

ค่ำ

บริการอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าพักโรงแรมระดับ 4 ดาว GOLDEN TULIP GRAND PALACE หรือเทียบเท่า

วันที่

5

กรุงอัมมาน – อัจลุน– เจอราช – ทะเลเดดซี

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางไปยังเมืองอัจลุน อยู่ทางด้านเหนือของเมืองเจอราชไปเล็กน้อย เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่ห้อมล้อมไปด้วยป่าต้นสน และต้นมะกอกชมปราสาทแห่งเมืองอัจลุนถูกสร้างโดยพวกนักรบมุสลิม ในปี ค.ศ. 1184-1185 ใช้เป็นป้อมทหารในการต่อสู้รบกับพวกนักรบครูเสด และในปี ค.ศ. 1260 ถูกเข้าทำลายโดยกองทัพมองโกลส์เดินทางสู่นครเจอราช

 
   

ชมนครเจอราช (JERASH) หรือเมืองพันเสาเป็นอดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล เดิมทีในอดีตเมืองแห่งนี้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749 นครแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำลาย และถูกฝังกลบโดยทรายหลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปี

ชมซุ้มประตูกษัตรย์เฮเดรียน และ สนามแข่งม้าฮิปโปโดรม นำท่านเดินเข้าประตูทางทิศใต้ชม โอวัลพลาซ่า สถานที่ชุมนุม พบปะ สังสรรค์ของชาวเมือง, วิหารเทพซีอุสฯลฯโรงละครทางทิศใต้(สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92)จุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์ เพียงพูดเบา ๆ ก็จะมีเสียงสะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา ชม.. วิหารเทพีอาร์เทมิส เป็นเทพีประจำเมืองเจอราช สร้างในราวปี ค.ศ. 150 สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับทำพิธีบวงสรวง และบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง ชั้นในนำท่านเดินเข้าสู่ถนนคาร์โด หรือ ถนนโคลอนเนด ถนนสายหลักที่ใช้เข้า-ออกเมืองแห่งนี้ บนถนนนั้นยังมีริ้วรอยทางของล้อรถม้า, ฝาท่อระบายน้ำ, ซุ้มโคมไฟ, บ่อน้ำดื่มของม้า ชม.. น้ำพุใจกลางเมือง (NYMPHAEUM)สร้างในราวปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด และตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุฯลฯนำท่านเดินทางกลับกรุงอัมมาน ให้ท่านได้อิสระกับการเลือกซื้อของฝาก และสินค้าที่ระลึกในห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น

 

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร ภายในเมืองเจอราช

บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ ทะเลเดดซี (DEAD SEA)ทะเลที่ถูกบันทึกลงในหนังสือ กินเนสส์ ว่า เป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลก ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร และ มีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20 เปอร์เซนต์ของน้ำทะเลทั่วไป ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยอาศัยอยู่ได้ในท้องทะเลแห่งนี้  เชิญท่านอิสระในการลงเล่นน้ำทะเลและพิสูจน์ ความจริงว่าท่านลอยตัวได้จริงหรือไม่

 
   

(การลงเล่นน้ำในทะเลนั้นมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่างๆ ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์) ได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน

ค่ำ

บริการอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าพักโรงแรม G.T. GRAND PALACE ระดับ 4 หรือเทียบเท่า

วันที่

6

ป้อมปราการกรุงอัมมาน – กลุ่มปราสาทในทะเลทราย

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมรอบเมืองหลวงกรุงอัมมานเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนภูเขา7ลูกและมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 6,000 ปีผ่านชมย่านเมืองเก่า,เมืองใหม่,ย่านธุรกิจ,ตลาดใจกลางเมือง,ย่านคนรวย ฯลฯ

ขึ้นชมป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน(CITDAEL) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้าน การเมืองต่าง ๆรอบเมือง เชิญอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้ โดยมีฉากหลังเป็นโรงละครโรมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์แดนจุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงอันแปลกตายิ่งนักที่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 161–180 ในสมัยโรมัน พระราชวังเก่าอุมเมยาดสร้างขึ้นในประมาณปี ค.ศ. 720 โดยผู้นำชาวมุสลิม ของราชวงศ์ ในสมัยมุสลิมได้เข้ามาปกครองประเทศจอร์แดนซึ่งภายในประกอบห้องทำงาน,ห้องรับแขกฯลฯผ่านชมพระราชวังของพระมหากษัตริย์อับดุลลาห์ที่สอง (RAGHADAN PALACE), ที่ตั้งอยู่บนภูเขามีทำเลที่สวยงามมากที่สุดในกรุงอัมมาน และมีทหารคอยเฝ้าดูแลตรวจตราอย่างเข้มงวด

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

ชมโรงอาบน้ำอัมราอัครสถานบันเทิงสำหรับกองคาราวานที่จะเดินทางจากซาอุดิอาระเบีย ไปยัง ดามัสกัส หรือ อียิปต์ และแวะพักค้างคืนในบริเวณนี้พร้อมชมภาพวาดศิลปะแบบเฟรสโก(FRESCO)1ใน3มรดกโลกของประเทศจอร์แดนทางศิลปะ ที่หาดูได้ยากมากในปัจจุบัน เป็นภาพที่เขียนวาดเรื่องราวเกี่ยวกับขั้นตอนการสร้างสถานที่แห่งนี้, การล่าสัตว์, นางรำ ฯลฯ ภายในประกอบไปด้วย ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า, ห้องอาบน้ำอุ่น, ห้องอบไอน้ำ และ ห้องนอนพักผ่อน ชมปราสาทคารานาสร้างขี้นเพื่อใช้เป็นที่พักของกองคาราวานที่หยุดพักระหว่างการเดินทางภายในประกอบด้วยห้องพักจำนวน 61 ห้อง แบ่งเป็น 2 ชั้น และยังมีคอกที่อยู่อาศัยของม้าและอูฐได้เวลาอันสมควนนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน

19.20 น.

ออกเดินทางกลับสู่สนามบินประเทศโอมานโดยสายการบิน Oman Air  เที่ยวบินที่ WY414

 

23.55 น.

เดินทางกลับถึงสนามบินประเทศโอมาน เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

วันที่

7

กรุงเทพฯ

03.15 น.

ออกเดินทางกลับสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสายการบิน Oman Air เที่ยวบินที่ WY811

12.20 น.

เดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพและความประทับใจ มิรู้ลืมเลือน

บอกต่อคนรู้จักของคุณ

สมัครรับข่าวสาร Pearl Vacation

รับรู้รายละเอียดและสิทธิิประโยชน์ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้กับระบบ

ติดตามเราเพิ่มเติมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค