Pearl ×

+662 291 7888

โปรแกรมทัวร์

WINTER IN GEORGIA (KC)

คืน

6

วัน

8

ราคาเริ่มต้น

47,888

สายการบิน

air astana (KC)

ทัวร์จอร์เจีย

มหัศจรรย์แห่งเอเชียกลาง หนึ่งเดียวใต้หล้า..แห่งเทือกเขาคอเคซัส

N/A

วันที่

1

กรุงเทพ - อัลมาตี้ ALA – ทบิลิชิ TBS

07.00 น.

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท คอยให้การต้อนรับและดูแลในการตรวจเอกสารการเดินทาง เคาน์เตอร์ของสายการบินแอร์ อัสตาน่า
 

10.05 น.

ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอัลมาตี้ (ALA) ท่าอากาศยานนานาชาติของคาซัคสถาน 
โดยสายการบินแอร์ อัสตาน่า เที่ยวบินที่ KC932 (ใช้เวลาบิน 7 ชั่วโมง 15 นาที)

16.35 น.

เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอัลมาตี้ (ALA) ท่าอากาศยานนานาชาติของคาซัคสถาน 
ห่างจากกรุงอัลมาตีไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 15 กิโลเมตร (รอเปลี่ยนเครื่อง) สู่เมืองทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย

19.30 น.

ออกเดินทางสู่ เมืองทบิลิชิ ประเทศจอร์เจีย โดยสายการบินแอร์ อัสตาน่า เที่ยวบินที่ KC139
(ใช้เวลาบินโดยประมาณ 4 ชั่วโมง 10 นาที  พักผ่อนรับประทานอาหารบนเครื่องบิน)

21.45 น.

เดินทางถึงสนามบินนานาชาติทบิลิซิ TBILISI  (TBS) ประเทศจอร์เจีย 
นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร และรับกระเป๋าสัมภาระ มัคคุเทศก์ท้องถิ่นรอต้อนรับ ณ ทางออกของผู้โดยสายขาเข้า จากนั้นนำท่านดินทางเข้าสู่ตัว เมืองทบิลิซี และเดินทางไปยังโรงแรมที่พัก ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม ASTORIA HOTEL HOTEL@TBILLISI ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

2

ทบิลิชิ – กูดาอูรี –อ่างเก็บน้ำชินวารี - คัสเบกิ

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านออกเดินทางไปตามเส้นทางหลวงของจอร์เจียที่มีชื่อว่า Georgian Military Highway ถนนสายนี้เป็นถนนสายสำคัญที่สุดที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่จอร์เจียอยู่ภายใต้การควบคุมจากสหภาพโซเวียด เพื่อใช้เป็นเส้นทางหลักในการข้ามเทือกเขาคอเคซัสจากรัสเซียมายังที่ภูมิภาคนี้ ถนนแห่งประวัติศาสตร์นี้เป็นเส้นทางที่จะ

นำท่านขึ้นสู่ เทือกเขาคอเคซัส (The Caucasus Mountain) เป็นเทือกเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรป และเอเชีย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ และเทือกเขาคอเคซัสน้อย

ระหว่างทางนำท่านแวะ ชมป้อมอันนานูรี (Anauri Fortress) ป้อมปราการอันเก่าแก่ ถูกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16-17 ชมร่องรอยของซากกำแพงที่ล้อมรอบป้อมปราการแห่งนี้ไว้เปรียบเสมือนม่านที่ซ่อนเร้นความงดงามของโบสถ์ 2 หลังที่ตั้งอยู่ภายใน ซึ่งเป็นโบสถของชาวเวอร์จิน ภายในยังมี หอคอยทรงสี่เหลี่ยมใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน จากมุมสูงของป้อมปราการนี้จะมองทัศนียภาพที่สวยงามของ
อ่างเก็บน้ำชินวารี (ZHINVALI)ที่ซึ่งทำให้ชาวเมือง
ทบิลิซีมีน้ำไว้ดื่มไว้ใฃ้และชื่นชมทัศนียภาพทิวทัศน์ ของภูเขาล้อมรอบสถานที่แห่งนี้ จากนั้นออกเดินทางต่อไปตามเส้นทางหลวง ริมฝั่งแม่น้ำ Aragvi ผ่าน Jvari Pass ที่ระดับความสูง 2,395 เมตร บนเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ เพื่อเดินทาง สู่เมืองคัสเบกิ (KAZBEGI) ความสูงที่ 1,700เมตร หรือในปัจจุบันเรียกว่า เมืองสเตปันสมินดา (Stepansminda) ชื่อนี้เพิ่งเปลี่ยนเมื่อปี 2006 นี้แต่คนมักจะเรียกติดปากกันอยู่ว่า คัสเบกิอยู่ เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงทบิลิซี ประมาณ 157 กิโลเมตร ถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวบนเทือกเขาคอเคซัสที่สำคัญของประเทศจอร์เจีย มีภูมิทัศน์ที่สวยงามโดยรอบ รวมทั้งเป็นจุดชมวิวของยอดเขาคัสเบกิอีกด้วย

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตคาคารท้องถิ่น

จากนั้นเปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ นั่งรถจิ๊ป 4X4 1คัน ขึ้นได้ประมาณ 6 ท่านเท่านั้น
เพื่อขึ้นเขาไปชมโบสถ์ ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 30 นาที สู่เนินเขา ที่ตั้งของโบสถ์สมินดา ซาเมบา Tsminda Sameba หรือ โบสถ์เกอเกติ (GERGETI TRINITY CHURCH)  คือโบสถ์ชื่อดังกลางหุบเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญหนึ่งของประเทศจอร์เจีย โบสถ์คริสต์นิกายจอร์เจียนออร์โธด็อกซ์เก่าแก่นี้ สร้างด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 บนยอดเขาที่มีความสูงถึง 2,170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติของเทือกเขาคอเคซัสรอบทิศและโบสถ์เล็กๆที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาจึงทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่สมัยที่จอร์เจียยังอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียตซึ่งตั้งอยู่อย่างสวยงามและโดดเด่น บนเนินเขาซึ่งล้อมรอบไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ที่ระดับความสูง 2,170 เมตร
***หมายเหตุ เนื่องด้วย เดือนพฤศจิกายน – ถึงเมษายน ของทุกปีจะเป็นช่วง WINTER ของประเทศจอร์เจีย หิมะจะตกเป็นจำนวนมากและแต่ละปีความความหนาวเย็นของน้ำแข็ง หิมะก็ไม่เท่ากัน ทำให้ทางขึ้นเขาสู่โบสถ์สมินดา วาเมบานั้นปิดเพราะถนนลื่น ก่อให้เกินอันตราย รถบัสใหญ่ไม่สามารถขึ้นไปได้ โดนหน้างานในแต่ละครั้งจะคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ ****

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับ สู่เมืองกูดาอูรี GUDAURI   

ค่ำ

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม GUDAURI INN HOTEL@GUDAURI  ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

3

กูดาอูรี GUDAURI – GORI – KUTAISI

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองกอรี (GORI) (ระยะทาง 150 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) ทุกวันนี้ เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นบ้านเกิดของ “โจเซฟ สตาลิน” (Joseph Stalin) ชาวจอร์เจียที่ในอดีตเป็นผู้ปกครองสหภาพโซเวียต ในยุคศตวรรษที่ 1920 ถึง 1950 และมีชื่อเสียง เรื่องความโหดเหี้ยมในการปกครองในเมืองกอรีแห่งนี้

นำท่าน ชมอุพลิสชิเค่ (ULISTSIKHECAVE – TOEN) หนึ่งในเมืองถ้ำเก่าแก่ของจอร์เจีย มีการตั้งถิ่นฐานในดินแดนแถบนี้กันมานานแล้วกว่า 3000 ปีก่อน ในอดีตช่วงยุคโบราณก่อนยุคกลาง (Hellenistic and Late Antique periods) ช่วง500 ปีก่อนคริสตกาล ถึง ค.ศ.500 เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรม และช่วงที่เมืองนี้มีความเจริญสุดขีดคือ ในช่วงคริสตวรรษที่ 9 ถึง 11 ก่อนจะถูกรุกรานโดยชาวมองโกลในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 และถูกปล่อยให้เป็นเมืองร้างไป ท่านจะได้พบกับศาสนสถานที่มีห้องโถงขนาดใหญ่ที่ชาวเพเก้น (Pagan) ใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมซึ่งเป็นลัทธิบูชาไฟ เป็นลัทธิของคนในแถบนี้ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเข้าเมื่อ 1700 ปีก่อน และยังมีห้องต่างๆ ซึ่งคาดว่าเป็นโบสถ์เก่าแก่ของชาวคริสต์ ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 จาก


จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์ของสตาลิน (MUSEUM OF STALIN) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ พร้อมทั้งเรื่องราวต่างๆของท่านสตาลิน และยังมีการแสดงถึงประวัติชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตคาคารท้องถิ่น

หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน นั้นนำท่านเดินทาง สู่เมืองคูไตซี(KUTAISI) พาท่านย้อนกลับไปเมื่อสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ ของอาณาจักรโคลซิส (Colchis) หรืออาณาจักรจอร์เจียนโบราณนั่นเอง

ค่ำ

รับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก 

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม  TSKABULTO SPA RESORT HOTEL @KUTAISI ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

4

KUTAISI – BATUMI

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านชมตลาดผลไม้และขายข้าวของต่างๆยามเช้า ให้ได้รู้จักผลไม้อันขึ้นชื่อของจอร์เจีย สินค้าพื่นเมือง

จากตัวเมืองไปไม่ไกลนักเป็นแหล่งมรดกโลกด้านวัฒนธรรมของจอร์เจียแห่งแรก นั้นคือ อารามจีลาติ
(GELATI CATHEDRAL)
อารามหลวง ของเมือง ถูกค้นพบในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 ซึ่งทางองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อารามจีลาติเป็นมรดกโลกเมื่อ ปี ค.ศ.1994 ภายในบริเวณอารามแบ่งเป็นสองส่วนคือโบสถ์เซนต์ นิโคลาส
(St. Nicholas) และโบสถ์เซนต์ จอร์จ (St.George) ในโบสถ์เซนต์นิโคลัสนั้น มีภาพเขียนสีเฟรสโกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาที่สวยงามตระการ ตามากมายหลายภาพ และยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และที่สำคัญตรง บริเวณโดมขนาดใหญ่ของโบสถ์ซึ่งเป็นภาพพระแม่มารีนั้น ใช้กระเบื้อง โมเสกสีทองประดับประดากว่า 2 ล้านชิ้น งดงามมากๆ

และสถานที่สำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของ จอร์เจียคือ “มหาวิหารบากราติ” ตั้งอยู่ในเมืองคูไตซี เช่นกัน แม้จะถูกทำลายไปบ้างจากพวกเติร์ก แต่บางส่วนก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ สร้างในปีศตวรรษที่ 11 สะท้อนถึงสถาปัตยกรรมยุคกลางอย่างเด่นชัด แม้ว่าตัวโบสถ์จะได้รับความเสียหายทั้งจากศัตรูผู้รุกรานและภัยธรรมชาติมาหลายศตวรรษ แต่ก็ได้มีการบูรณะมาโดยตลอด และสามารถชมวิวทิวทัศน์โดยรอบเนื่องจากโบสถ์ตั้งอยู่บนเนินเขา Ukimerioni ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามได้โดยรอบ

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตคาคารท้องถิ่น

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไป ยังเมืองบาทูมี่ (BATUMI) (ระยะทางประมาณ 140 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ

2 ชม.) เมืองนี้เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเล บนชายฝั่งตะวันออกของทะเลดำ เป็นเมืองหลวงของ
อัตจารา (Ajara) เป็นสาธารณรัฐอิสระที่ปกครองตนเองอยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศจอร์เจียครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้างปละมีสภาพภูมิทัศน์ที่หลากหลายแตกต่างกัน มีทั้งบริเวณเทือกเขาสูงที่อุดมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี ไปจนถึงเนินเขาที่เขียวชอุ่ม เป็นหนึ่งในเมืองที่มีทิวทัศน์สวยที่สุดของจอร์เจีย มีความงามของธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ พื้นที่ด้านหนึ่งของเมืองที่ถูกล้อมด้วยทิวทัศน์ของทะเลดำ เมืองบาทูมิ (Batumi) เป็นเมืองที่มีท่าเรือสำคัญขนาดใหญ่ รวมถึงถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้สองข้างทาง
นำท่านชมบรรยากาศของบ้านเรือนเก่า ในย่าน Old Town และ Batumi ชม Piazzal Square สร้างขึ้นในปี 2009 เป็นอาคารที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวจอร์เจีย Vazha Orbeladze สร้างด้วยสไตล์สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน และในปี 2011 ที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ได้เริ่มปรับปรุงเพื่อให้เป็นแหล่งบันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของเมืองประกอบไปด้วยภัตตาคาร , โรงแรม , ไนท์คลับ ฯลฯ

ค่ำ

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก WORLD PALACE HOTEL @BATUMI ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

5

BATUMI – TBILISI

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม         

หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว เดินทางสู่ ทบิลิซี (ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 5 ชั่วโมง 20 นาที )

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ  ร้านอาหาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองทลิบิซี TBILLISI  เพื่อชมวิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซี
(HOLY TRINITY CATHEDRAL)
ที่เรียกกันว่า HOLY SAMEBA เป็นโบสถ์หลักของคริสตจักรออร์โธดอกจอร์เจียตั้งอยู่ในทบิลิซีเมืองหลวงของจอร์เจีย สร้างขึ้นระหว่างปี 1995 และปี 2004 และเป็นวิหารที่สูงที่สุด อันดับที่ 3 ของโบสถ์ออร์โธดอกในโลก

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม ASTORIA HOTEL HOTEL@TBILLISI  ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

6

TBILISI – มิสเคด้า (MTSKHETA) – TBILISI

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านดินทางเข้าสู่ตัวเมืองทบิลิซี ถูกสร้างโดยกษัตริย์วาคตัง จอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) เมื่อครั้งคริสตศรรษที่ 5 หรือเมือประมาณ 1,500 ปีก่อน เมืองนี้อยู่ในสายทางหนึ่งของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป

นำท่านเที่ยวชมเมืองทบิลิซี (OLDTOWN: METECHI) ชมป้อมนาริกาลา(NARIGALA FORTRESS) และอนุสาวรีย์มารดาแห่งจอร์เจีย (Kartlis Deda, Mother Georgia) ป้อมนาริกาลาเป็นปราการหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือนครทบิลิซี สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ผ่านผู้ปกครองมาหลายยุคหลายสมัยที่ต่างผลัดกันเข้ามารุกรานนครเล็กๆ บนเส้นทางสายไหมแห่งนี้ ราชวงศ์อุมัยยัด (Umayyad Dinasty) ของชาวอาหรับได้ต่อเติมป้อมในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ต่อมาพวกมองโกลตั้งชื่อให้ใหม่ว่า NARIN QALA แปลว่าป้อมน้อย (Little Fortress) นักประวัติศาสตร์ยกย่องว่าป้อมนาริกาลาเป็นป้อมแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหมที่แข็งแกร่งและตีได้ยากที่สุด

 
   

จากนั้นนำทุกท่าน สู่สะพานแห่งสันติภาพ (THE BRIDGE OF PEACE)”เป็นอีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจในเมือง Tbilisi ออกแบบโดย สถาปัคนิกชาวอิตาเลื่ยนชื่อ Michele De Lucchi สะพานมีความยาวที่ 150 เมตร ลักษณะการออกแบบร่วมสมัย เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2010 โครงสร้างนั้นถูกออกแบบและสร้างที่อิตาลี และนำเข้ามาโดยรถบรรทุก 200 คัน เพื่อเข้ามาติดตั้งในเมือง Tbilisi ที่ตั้งนั้นอยู่บนแม่น้ำ Mtkvari River สามารถมองเห็นได้หลายมุมจากในเมือง และยังมี illuminating ที่จะแสดงแสงสีจากไฟ LED ที่ติดตัวรอบตัวสะพานเป็นเวลา 90 นาทีก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตคาคารท้องถิ่น

นำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองมิสเคด้า (MTSKHETA) ศูนย์กลางทางศาสนาของประเทศจอร์เจีย เมืองที่เก่าแก่ที่สุดของจอร์เจียอายุกว่า 3,000 ปี ตั้งอยู่ห่างจากกรุงทบิลิซี ประมาณ 25 กม.(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที) และในอดีตเมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอิเบเรีย (Iberia Kingdom) ซึ่วเป็นราชอาณาจักรของจอร์เจียในช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาล ถึงปี ค.ศ.500 แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรจากสมัยนั้นหลงเหลืออยู่แล้ว ศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแผ่ในเมืองนี้ช่วงศตวรรษที่ 4 องค์การยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานแห่งเมืองมิสเคด้า (HISTORICAL MONUMENT OF MTSKHETA) เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1994 นอกจากนี้องค์การยูเนสโกไดขึ้นทะเบียนโบราณสถานแห่งเมืองมิทสเคต้าให้เป็นมรดกโลก (UNESCO WORLD HERITAGE SITE)

นำท่านชมมหาวิหารจวารี (JVARI MONASTERY) หรือโบสถ์แห่งไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ ของศานาคริสต์นิกาย

ออโธด๊อก สร้างขึ้นเมื่อคริสตวรรษที่ 6 ชาวจอร์เจียสักการะนับถือวิหารแห่งนี้เป็นอย่างมาก ภายในโบสถ์มีไม้กางเขน

ขนาดใหญ่ ซึ่งชาวเมืองกล่าวกันว่า นักบุญนีโน่ หรือแม่ชีนีโน่ แห่งคัปปาโดเกีย (เมืองหนึ่งในประเทศตุรกีปัจจุบัน) ได้

นำไม้กางเขนนี้เข้ามาและเผยแพร่ศาสนาคริสต์เป็นครั้งแรกในช่วงโบราณกาล

นำท่าน ชมวิหารสเวติสเคอเวรี (Svetitkhoveli Cathedral) สร้างราวศตวรรษที่ 11 โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางทาง
ศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของจอร์เจีย สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวจอร์เจีย ชื่อ Arsukisdze มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่ทำให้ชาวจอร์เจียเปลี่ยนความเชื่อและหันมานับถือศาสนาคริสต์ และให้ศาสนาคริสต์มาเป็นศาสนาประจำชาติของจอร์เจียเมื่อปี ค.ศ.337 และถือเป็นสิ่งก่อสร้างยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย ภายในมีภาพเขียนสีเฟรสโก้อย่างงดงาม

ค่ำ

รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม ASTORIA HOTEL @TBILLISI ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่

7

TBILISHI - ALMATY อัลมาตี้

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ให้ท่านพักผ่อนจนถึงเวลาเช็คเอ๊าท์
นำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอัสมาตี้ALA เพื่อเตรียมตัวกลับสู่กรุงเทพ

13.50 น.

ออกเดินทางสู่ เมืองอัลมาตี้ ALA โดยสายการบินแอร์ อัสตาน่า เที่ยวบินที่ KC 142

19.35 น.

เดินทางถึง เมืองอัลมาตี้ รอต่อไฟล์สู่กรุงเทพฯ 0105 KC931

วันที่

8

สนามบินสุวรรณภูมิ

01.10 น.

ออกเดินทาง สู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์ อัสตาน่า เที่ยวบินที่ KC 931 (ใช้เวลาในการเดินทาง 7 ชั่วโมง 40 นาที)

08.55 น.

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

บอกต่อคนรู้จักของคุณ

สมัครรับข่าวสาร Pearl Vacation

รับรู้รายละเอียดและสิทธิิประโยชน์ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้กับระบบ

ติดตามเราเพิ่มเติมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค